Stories of my daily blessings
Just another WordPress.com site

Author Archive

หาอะไรมาลากซุง

สิงหาคม 18, 2016

เมื่อผมจะไปเที่ยวลาวในเดือนกรกฎาคม ผมเช็คพาสปอร์ตดูเห็นว่าจะหมดอายุในเดือนกุมภาพันธ์ ลองนับวันแล้วเกิน 6 เดือน ระหว่างที่อยู่ในลาวผมกรอกข้อมูลในใบผ่านแดน เขามีระบุวันที่ถือพาสปอร์ตและวันหมดอายุทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ได้แต่เตือนตัวเองว่าผมต้องไปเปลี่ยนเล่มพาสปอร์ตก่อนออกเดินทางอีกครั้งในไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อนมากระตุ้นผมเพื่อนัดกันไปขอวีซ่า ผมบอกเพื่อนไปว่ายังไม่ได้เปลี่ยนเล่ม ขออีกสัปดาห์หนึ่ง ด้วยความอยากหล่อ รูปในพาสปอร์ตที่ถืออยู่ผมเผ้ารกรุงรังจึงได้ไปตัดผมล่วหน้าหนึ่งวัน เมื่อผ่านพิธีการบัตรคิว ทำประวัติส่วนสูงน้ำหนักแล้วก็เข้าสู่การถ่ายรูปพิมพ์ลายนิ้วมือ เจ้าหน้าที่ถามผมว่าผมจะทำพาสปอร์ตไปทำไม รู้สึกว่าเขาถามแปลกๆ จึงตอบไปว่าจะเดินทางเร็วๆนี้ เขาตอบผมว่าหนังสือเดินทางคุณยังไม่หมดอายุ จะหมดอายุวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2018 ปีนี้ 2016 ผมรู้สึกงงกับตัวเองว่าทำไมเราถึงคิดว่าหนังสือเดินทางของเราหมดอายุ ทั้งๆที่เรากรอกข้อมูลหลายครั้งว่าหมดอายุปี 2018 สติผมไปอยู่ที่ไหน หรือมีอะไรบังอยู่ให้ใจมืดบอด Tips: • มีเรื่องมากมายในชีวิตที่เราคิดเอาเองว่าจะเป็นอย่างนั้นโดยที่เราไม่เคยตรวจสอบความจริง • มีหลายอย่างที่เราแค่เคยได้ยินและเราเชื่อในทันที • มีบุคคลที่เราเชื่อถือ และเรามักเชื่อว่าทุกสิ่งที่ออกมาจากบุคคลนั้นเชื่อถือได้ทั้งหมด • มีคนหลายคนที่เราคิดว่าเขาเป็นคนแบบนั้น ทั้งที่เราไม่เคยรู้จักเขาเลยแต่เราตัดสินเขาไปเรียบร้อยแล้ว • มีหลายอย่างที่เราเห็นการกระทำของคนอื่นและเราตัดสินว่าบุคคลนั้นเป็นคนอย่างไรโดยที่เราไม่เคยเห็นการกระทำในทุกด้านและทุกเวลา และเราถือมาตรฐานลุ่มๆดอนๆของเราเป็นเกณฑ์ • มีหลายอย่างที่เราเห็น เราได้ยิน แต่เราไม่เคยเอาสิ่งที่เห็นและได้ยินมามองดูตัวเราเอง • มีหลายอย่างที่เราได้ยินคนอื่นพูดถึงเรา แต่เราปฏิเสธทุกประการ หรืออ้างอย่างมีเหตุผลที่เราสมควรมีพฤติกรรมอย่างนั้น “เหตุไฉนท่านมอง‍ดูผงที่ในตาพี่‍น้องของท่าน แต่ไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของท่าน ท่านก็ไม่รู้‍สึก […]

รับเชื่อ รับใช้ รับช่วง

มีนาคม 10, 2016

รับเชื่อ รับใช้ รับช่วง เป็นหัวข้องานฉลองครบรอบ 12 ปีของการก่อตั้งคริสตจักรใจผูกพันเมื่อเดือนมีนาคม 2016 ผมได้ใช้หัวข้อดังกล่าวมาเขียนมุมมองของตนเองในเรื่องของการรับเชื่อ รับใช้ รับช่วง เราอาจได้ยินคำสอนในแนวนี้มานับครั้งไม่ถ้วน และมักจะเรียนรู้จากประวัติของคนดังในพระคัมภีร์ เช่น โมเสส-โยชูวา, เอลียา-เอลีชา, พระเยซู-ยอห์น, เปาโล-ทิโมธี แต่น้อยครั้งที่เราจะได้ยินสตรีที่รับเชื่อ รับใช้ และรับช่วง ผมจึงลองค้นดูสตรีในพระคัมภีร์บางท่านมาศึกษา นางราหับ นางตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองเยรีโค บ้านของนางเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมือง เปิดเป็นที่พักคนเดินทาง อาชีพแฝงของนางที่รู้กันทั้งเมืองคือโสเภณี เมื่อโยชูวาส่งคนสอดแนมสองคนเข้ามาดูลาดเลาเพื่อตีเมืองเยรีโค นางราหับซ่อนคนสอดแนม 2 คนใต้หลังคา ทำไมนางถึงทำตัวเป็นไส้ศึกได้ขนาดนั้น ก็เพราะคนทั้งเมืองเยรีโคล้วนรับรู้ว่าพระเจ้าให้โมเสสนำอิสราเอลข้ามทะเลแดงออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ได้อย่างไร พวกเขาได้ยินเรื่องอิสราเอลทำสงครามกับคนอโมไรท์และฆ่าล้างเผ่าพันธ์อย่างไร เขารู้ว่าพระเจ้าของอิสราเอลเป็นพระเจ้าจากเบื้องบนและพระเจ้าของโลกเบื้องล่าง และพระองค์ทำราชกิจที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ราหับทิ้งความเชื่อเดิมและพระของชาวคะนาอัน (ยชว 2.9-13) นางขอคำมั่นว่า หากนางให้ที่หลบซ่อนและชี้เส้นทางหนีแล้วนางจะรอดปลอดภัยทั้งครอบครัวเมื่ออิสราเอลยึดเมืองได้ คนสอดแนมสั่งให้นางอยู่แต่ในบ้านในวันที่เมืองแตก ให้นางแขวนเชือกแดงไว้ที่หน้าต่างเป็นสัญญลักษณ์ว่าห้ามทำร้ายคนและทรัพย์สินที่อยู่ในบ้านนี้ ซึ่งไม่ต่างจากสัญญลักษณ์แห่งปัสกาว่าทุกคนที่อยู่ในบ้านรอดตาย ราหับแต่งงานกับแซลมอน มีบุตรชื่อโบอาส โบอาสแต่งงานกับนางรูธมีบุตรชื่อโอเบด โอเบดเป็นปู่ของกษัตริย์ดาวิด ราหับจึงเป็นบรรพบุรุษของพระเยซูคริสต์ เช่นเดียวกับนางรูธ ราหับเลือกที่จะรับเชื่อพระเจ้าเที่ยวแท้ และนางรับใช้ด้วยสติปัญญา ด้วยสิ่งที่ตนเองมี ผลการรับเชื่อและรับใช้ของนางทำให้นางและครอบครัวทั้งหมดของนางรอดเช่นเดียวกับที่คนอิสราเอลรอดออกมาจากประเทศอียิปต์ มีตัวอย่างผู้หญิงในพระคัมภีร์อีกท่านหนึ่งที่ไม่รอด เพราะนางขาดความเชื่อ […]

ธันวาคม 26, 2015

ขอมอบเสียงเพลงแห่งความสุขให้แด่มิตรสหายรวมถึงศัตรูทุกท่าน(ถ้ามี) อย่าให้หัวใจชาเย็นอีกต่อไป ห่างไกลจากความทุกข์ยาก ให้ความสุขเก่าๆได้หวนคืนมา มิตรภาพเก่าก่อนคงอยู่ตราบนาน คนเราอยู่ได้ด้วยมิตรภาพเพราะเรารู้ว่ามีคนห่วงใยและไม่ได้โดดเดี่ยว แครอลบทนี้เป็นแครอลของอังกฤษ เพิ่งประพันธ์ขึ้นไม่นาน  เป็นผลงานร่วมกันของ Hugh Martin และ Ralph Blane  ค่ายเพลง MGM มอบให้ Judy Garland ขับร้องและเป็นที่นิยมกันแพร่หลายตั้งแต่ปี 1944 เป็นต้นมา  สามารถขึ้นอันดับเพลงที่ได้ความนิยมสุดยอดมาทุกครั้งที่นำมาออกอัลบัมใหม่ทั้งในอังกฤษ ออสเตรเลีย และในทวีปอเมริกาเหนือ Tips: แท้จริงแลวความทุกข์มันไม่ได้หายไปไหน มันยังอยู่กับเรา แต่ความสุขที่ครองใจต่างหากที่มันท่วมท้นจนความทุกข์ดูเหมือนจะจมหาย เคล็ดลับสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิตคือ มีพระผู้ช่วยให้รอดอยูในใจ เราจะรู้ว่าวันนี้, วันข้างหน้า และโลกหน้า(หลังความตาย) มีแต่ความหวังไม่จนหนทาง สุขสันต์วันคริสตมาส2015ครับ Have yourself a merry little Christmas, Let your heart be light From now on, our troubles will be out […]

For unto us a child is born

ธันวาคม 26, 2015

แฮนเดิลแต่งทำนองเพลงนี้ได้ยอดเยี่ยมสวยงาม สนุกทั้งนักร้องและคนฟัง แฺฮนเดิลเป็นชาวเยอรมัน แต่มาตั้งรกรากที่ประเทศอังกฤษ จนถูกชาวอังกฤษยึดไว้เป็นคีตกวีประจำชาติ ศพของแฮนเดิลฝังอยู่ภายในมหาวิหารเวสมินสเตอร์ ผลงานเพลงที่สุดล้ำค่าเกือบทั้งชีวิตของแฮนเดิลเกิดขึ้นในอังกฤษไม่ว่าจะเป็น Music for The Royal Fireworks เป็นชุดเพลงประกอบพลุเฉลิมฉลองที่ลอนดอนบริดจ์ในโอกาสสิ้นสุดสงครามกับออสเตรีย, Water Music ดนตรีสวีท 3 บทริมแม่น้ำเทมส์ในสมัยพระเจ้าจอร์จที่ 1, The Coronation Anthems เป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใช้ในพิธีบรมราชาภิเษกพระเจ้าจอร์จที่ 2และยังใช้ติดต่อมาทุกยุคทุกสมัย เวอร์ชั่นที่ LSO เล่นอยู่ยังรักษารูปแบบบาโร๊ค ดีกว่าเวอร์ชั่นที่โมสสาร์ทเอาไปทำใหม่ แบบนั้นความสง่างามหายหมดเหลือแต่ที่เกินๆมาน่ารำคาญ เพลงนี้ มาจากพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 9 ข้อ 6 ทำนายว่าพระเยซูจะมาบังเกิด เพื่อปกครองประชากรของพระเจ้า พระองค์จะเป็นที่ปรึกษา เป็นพระเป็นเจ้าและเป็นองค์เดียวกับพระเจ้าผู้ทรงสร้าง และเป็นผู้สร้างสันติ ด้วยว่ามีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งที่ประทานแก่เรา และการปกครองจะอยู่บนบ่าของเขา และเขาจะได้รับการขนานนามว่า “ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช” Tips: จะพบความสุขแท้ๆ เราต้องกลับไปค้นหาความหมายดั้งเดิมที่เป็นจุดกำเนิดของคริสตมาส กลับไปหาเด็กคนนั้นที่เกิดมาเพื่อเรา

คนแก่ ผู้สูงวัย

ตุลาคม 9, 2015

ผมขับรถตามท้ายรถตู้คันหนึ่ง เขามีคำขวัญติดท้ายไว้ว่า “เรียกคนแก่แค่พูดเบาๆก็เจ็บ”  ผมว่ามีคนกระเทือนเยอะนะครับ  เพื่อนผมส่วนใหญ่ย้อมผมกันดำปี๋  ดูแล้วหลอกตามากที่หน้าเหี่ยว คอหี่ยว ผมบาง แต่สีผมดำสนิทแบบดำไม่ธรรมชาติ  ส่วนตัวผมเองปล่อยผมขาว เพราะไม่อยากคอยเติมรอยขาวที่รากผม  ไม่อยากได้สารเคมีมากระตุ้นมะเร็ง  เมื่อไรก็ตามที่เรายอมรับสภาพที่ตัวเราเปลี่ยนไปได้ตามวัยที่เพิ่มขึ้น เราจะไม่กังวลกับรูปลักษณ์อะไรเลย  ความไม่กังวลคือความสุขแบบหนึ่ง ครั้งหนึ่งผมไปซื้อของที่ร้านแห่งหนึ่งในเมืองเพชรบูรณ์ พอชำระเงินเสร็จเด็กสาวแคชเชียร์ในร้านกล่าวขอบคุณผมว่า “ขอบคุณมากค่ะคุณตา”  ผมไม่ค่อยจะคุ้นเคยที่ใครจะมาเรียกผมเป็นคุณตา แต่เมื่อมานึกดูว่าอายุรุ่นผมถ้าอยุ่ต่างจังหวัด ผมจะมีหลานเป็นวัยรุ่นแล้ว  ให้รู้สึกขำขำมากกว่าที่จะโกรธ การเป็นคนสูงวัยทำให้เราสูญเสียอะไร ลองลำดับดูได้แก่ กำลังวังชา, ชีวิตแบบวัยหนุ่มสาว,  การเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ, วัยเสเพลที่อยากลอง, ความกล้าเสี่ยงลองผิดลองถูก, เป็นต้น   แต่สิ่งที่เราได้มาโดยที่คนหนุ่มสาวไม่เคยมีคือ ประสพการณ์ชีวิต, รู้จักตัวเอง, มีเป้าหมาย, มีมุมมองที่หลากหลาย, ฐานะทางสังคม, ทรัพย์สิน, บุคลิกเฉพาะตัว, การเป็นที่ยอมรับในสังคม  เราสามารถมีความสุขกับสิ่งที่คนหนุ่มสาวไม่มีถ้าเรากล้าเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเองให้เข้ากับเทคโนโลยี เราจะมีอะไรให้เพลิดเพลินได้มากกว่าแค่จิ้ม รูดดูไลน์  เราสามารถหาของฟรี โหลดความสนุกจากช่องทางต่างๆมาเล่นได้ไม่รู้จบ หลายคนโตมาในยุคที่เราต้องทำของเล่นเอง เรียนวิชาหัตถกรรมต่างๆ  เรื่องเหล่านี้เป็นงานอดิเรกที่ทำให้เราได้ใช้สมอง ใช้นิ้วใช้มือเท้าทั้งวัน และดูเหมือนว่าเวลา 24 ชั่วโมงมันไม่พอเสียแล้ว เมื่อผมกลับเข้าไปเป็นนิสิตอีกครั้งหนึ่งในวัย 30 ปี […]

ความเชื่อพิสูจน์ได้ด้วยการประพฤติ

มิถุนายน 24, 2015

ผมมีโอกาสกลับไปเยือนนครวัดอีกครั้งหนึ่งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม   ผมยังจดจำประสพการณ์เมื่อครั้งไปเที่ยวนครวัดในปี 2002 ได้เป็นอย่างดี  ผมรอนแรมไปจากพนมเปญหนึ่งวันเต็มด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ต้องไปนอนค้างหนึ่งคืนที่เมืองพระตะบอง  เขาพาผมไปเที่ยวปราสาทบายนในตอนเช้า  พอสายๆเขาพาผมไปปราสาทตาพรม  หลังจากทานข้าวเที่ยงเขาพาไปนครวัด  ช่วงเช้ากล้องถ่ายรูปนิคอน FM2N ของผมทำงานได้อย่างดีเยี่ยม  เมื่อไปถึงหน้าทางเข้านครวัดผมกดชัตเตอร์ไม่ลง  มันนิ่งสนิทไปทันที ผมได้แต่รำพึงในใจว่าไม่เป็นไรเพราะผมยังมีกล้องอีกหนึ่งตัวที่ลุงป้อมมอบไว้ให้  ลุงป้อมตามผมออกจากพนมเปญไปค้างที่พระตะบองด้วยกัน  แต่เช้าวันนั้นลุงมีงานด่วนต้องกลับกรุงเทพฯ  ลุงเลยมอบกล้อง SLR ยี่ห้อ Cosina ไว้ให้ผมอีกตัวหนึ่ง  และแล้วยังไม่ทันที่จะก้าวเข้าปราสาท  ฟ้าที่ตอนเช้าแดดจัดจ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำก็ทิ้งฝนลงมาห่าใหญ่และยาวนาน  ผมต้องกางร่มเดินเข้าไปถึงกำแพงชั้นใน ผมควานเอากล้องของลุงป้อมออกมาจากกระเป๋าเพื่อบันทึกรูป  ชัตเตอร์ลั่นไม่ลงครับ  ผมเหลือกล้องโกดักเล็กๆที่บัตรอเมริกันเอกเพรสแถมมาให้เพียงตัวเดียวพอกล้อมแกล้มบันทึกภาพได้นิดหน่อยในที่แสงสาดเข้ามาถึง  ผมแทบไม่ได้รูปอะไรที่นครวัด  เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯส่งกล้องทั้งสองตัวไปซ่อม  กล้องทั้งสองตัวมีอาการเดียวกันคือชัตเตอร์ค้าง การกลับไปเยือนนครวัดคราวนี้ผมใช้เวลาเตรียมตัวเกือบสองเดือน ผมตระหนักว่าอาถรรพ์วิญญาณชั่วที่นั่นแรง  และผมก็เริ่มย้ำคิดว่าผมจะเอากล้องอะไรติดตัวไป  มีกล้องสำรองเผื่อกล้องเสียอีกและเลนซ์ที่ใช้ร่วมกันได้นั่นคือต้องเป็นกล้องตระกูลโอลิมปัส  การมีกล้องและเลนซ์สองชุดทำให้กระเป๋ากล้องผมหนักมาก  เมื่อผมกำลังจะข้ามแดนที่ด่านอรัญประเทศ ผมเริ่มอธิษฐานขอพระเจ้าผูกมัดวิญญาณชั่วและขอการปกปักรักษา  ผมยังอธิษฐานไม่จบเรียบร้อยดีผมไถลรูดตกลงไปข้างทางหัวเข่ากระแทกพื้น  มีคนจีนเขมรเชื้อสายจีนคนหนึ่งกระโดดลงมาส่งมือฉุดผมลุกขึ้นมา  เข่าผมเจ็บมากเดินเขยกข้ามด่านไป  มีคนพยายามชักชวนผมให้ใช้บริการรถจากปอยเปตไปเมืองเสียมเรียบ  ในที่สุดมีสามีภรรยาคนไทยที่มาจากกรุงเทพฯกำลังจะไปดูพลอยพาผมไปส่งที่สถานีรถประจำทางระหว่างเมืองที่ห่างออกไป 7 กม. ผมวางแผนว่าจะไปถ่ายรูปตะวันขึ้นที่นครวัดในวันรุ่งขึ้น  และจะออกไปเที่ยวปราสาทบันทายศรีกับขึ้นเขาพนมกบาลสเปียนในตอนเช้าและกลับมานครวัดอีกครั้งในตอนบ่าย  เช้าวันนั้นรถนักท่องเที่ยวทุกคันตรงไปนครวัดกันตั้งแต่ตีห้า  ผมใช้กล้อง E-420 ติดเลนซ์เทเลซูมบันทึกภาพไปได้ 4 ภาพภายในนครวัดแล้วกล้องผมก็นิ่งสนิทไม่ทำงาน  ทำเอาผมใจระทึก  ทดลองเปลี่ยนแบตเตอรี […]

สดุดี บทที่22

เมษายน 2, 2015

กษัตริย์ดาวิดได้เขียนบทเพลงสดุดีบทนี้ไว้  พระองค์ทำนายถึงสภาพการสิ้นพระชนม์และเหตุการ์ในช่วงเวลานั้นไว้ล่วงหน้าถึงสองพันปี   พอจะสรุปได้ดังนี้ ข้อ1  พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย ครั้นประมาณบ่ายสามโมง พระเยซูทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลาสะบักธานี” แปลว่า พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย ข้อ7  ผู้ที่เห็นข้าพระองค์ก็เย้ยหยัน  เขาบุ้ยปากและสั่นศีรษะใส่ข้าพระองค์กล่าวว่า  “เขามอบตัวไว้กับพระเจ้า ให้พระองค์ช่วยเขาสิ ให้พระองค์ช่วยเขา เพราะพระองค์ทรงพอพระทัยในเขา” ฝ่ายคนทั้งปวงที่เดินผ่านไปมานั้นก็กล่าวเหยียดหยามพระองค์ สั่นศีรษะเยาะเย้ย  เจ้าผู้จะทำลายพระวิหารและสร้างขึ้นในสามวัน จงช่วยตัวเองให้รอด ถ้าเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า จงลงมาจากกางเขนเถิด  พวกมหาปุโรหิตกับพวกธรรมาจารย์และพวกผู้ใหญ่ก็เยาะเย้ยพระองค์ว่า เขาไว้ใจในพระเจ้า ถ้าพระองค์พอพระทัยในเขาก็ให้ทรงช่วยเขาเดี๋ยวนี้เถิด  มธ 27.39, 40, 42, 43  ฝ่ายคนหนึ่งในผู้ร้ายที่ถูกตรึงไว้จึงพูดหยาบช้าต่อพระองค์ว่า “ท่านเป็นพระคริสต์มิใช่หรือ จงช่วยตัวเองกับเราให้รอดเถิด” ข้อ 14-15 ข้าพระองค์ถูกเทออกเหมือนอย่างน้ำ กระดูกทั้งสิ้นของข้าพระองค์หลุดลุ่ยไป จิตใจก็เหมือนขี้ผึ้งละลายภายในอกของข้าพระองค์  กำลังของข้าพระองค์เหือดแห้งไปเหมือนเศษหม้อดิน และลิ้นของข้าพระองค์ก็เกาะติดที่ขากรรไกร พระองค์ทรงวางข้าพระองค์ไว้ในผงคลีมัจจุราช พระองค์กระหายน้ำอย่างหนัก ลิ้นของพระองค์แห้งติดขากรรไกร พระองค์จึงตรัสว่าเรากระหายน้ำ มีภาชนะใส่น้ำส้มองุ่นวางอยู่ที่นั่น เขาจึงเอาฟองน้ำชุบน้ำส้มองุ่นใส่หลายไม้หุสบชูขึ้นให้ถึงพระโอษฐ์ของพระองค์ (ยน 19.28-29) เป็นะรรมเนียมของการตรึงกางเขน […]

ชีวิตเปราะบาง

กุมภาพันธ์ 19, 2015

เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์ทั้งหมดแล้ว มนุษย์อ่อนแอที่สุด  เราอยู่ในครรภ์มารดา 9 เดือน และเมื่อเกิดมาแล้วใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 5 ปีกว่าจะรู้ประสาพอช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง  กว่าที่เราจะเป็นผู้ใหญ่เรียนรู้จักการอยุ่รอดเต็มที่เราก็มีอายุ 15 ปีเป็นอย่างน้อยพร้อมจะออกสร้างครอบครัวใหม่  นั่นเป็นชีวิตคนป่าคนดอย  แต่สำหรับชีวิตคนเมือง เราใช้เวลาในการร่ำเรียนฝึกฝนเพื่อประกอบอาชีพจนอายุย่างเข้า 18 ปี หรือ22ปีสำหรับการเรียนต่อขั้นอุดมศึกษา  เราจึงพร้อมเข้าสู่การประกอบอาชีพ และใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่เราจะเรียนรู้จากชีวิตจริงนอกตำรา หากเฉลี่ยไว้ว่าคนๆหนึ่งมีอายุขัยที่ 70 ปี  เราเหลือชีวิตอีกกี่ปีที่ทำอะไรได้บ้าง  10 ปีสำหรับการเรียนรู้หาประสพการณ์ในการทำงาน  25 ปีสำหรับการสร้างฐานะที่มั่นคง สมบูรณ์พูนสุขรอเวลาเกษียณอายุการทำงานเพียง 5 ปี และรอวันตายในอีก 10 ปีข้างหน้า    บางคนอาจคิดว่าเวลา 35 ปีอีกยาวไกล  ถ้าท่านลองถามคนที่ผ่านเวลา 35 ปีนั้นมาแล้ว ทุกคนต่างตอบว่าเป็นเวลาเพียงพริบตาเดียว    ผมลองนั่งนับนิ้วดูว่าเพื่อนร่วมทางผมผ่านอะไรกันมาบ้าง  ร่วงเป็นใบไม้ปีละ 2-3 คน  จากอุบัติภัยบ้าง จากโรคภัยต่างๆ  ผมเห็นคนรอบข้างเฉียดความตายและก้าวเข้าสู่ความตายง่ายดาย เพราะอะไรหรือ  ชีวิตคนเราช่างปราะบางเสียจริงๆ  มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ภูมิคุ้มกันต่ำที่สุด  ไม่ใช่แต่เพียงภูมิคุ้มกันทางร่างกาย ภูมิคุ้มกันทางจิตใจและจิตวิญญาณก็ต่ำด้วย ร้อยเอกวิล์ม โฮเซนเฟลด์ นายทหารนาซีบัญชาการรบในเมืองวอร์วอร์บันทึกไว้ในไดอารีของเขาว่า  […]

ราบรื่นและสบาย

กุมภาพันธ์ 2, 2015

ผมมักได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์เป็นเรื่องการบริหารงาน บริหารชีวิต ปรัชญาการใช้ชีวิตดีๆมากมาย  แต่โอกาสที่คนจะเห็นผมส่งต่อน้อยมาก เหตุผลหนึ่งคือมันขัดแย้งกับพระคัมภีร์  อ.ขจรแบ่งปันพระวจนะของพระเจ้าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า  พระวจนะของพระเจ้านำคนไปสู่ชีวิตนิรันดร์ แต่ปรัชญาของโลกนี้นำคนไปจุดหมายปลายทางสุดท้ายคือความมรณา  สำหรับผมแล้วผมไม่มองแค่เริ่มต้น ไม่ได้มองที่ระหว่างทาง แต่ผมมองตั้งแต่ต้นไปจนสุดปลายทางเดินเพราะมันมีความสำคัญเท่ากันทั้งหมด กวีและปราชญ์เช่นชูหยวน  เขาพบความอยุติธรรมมากมายในโลก ปัญหาคอรัปชั่นในระบบราชการ,  การเอารัดเอาเปรียบ,  จริยธรรมของสังคมที่เสื่อมทราม ฯลฯ  ในที่สุดเขาโดดน้ำฆ่าตัวตาย  ดูเหมือนว่าเขาเริ่มต้นดี คือได้ไตร่ตรองว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับสังคม แต่เขาไปไม่ถึงคำตอบและปล่อยให้คำถามเหล่านั้นรุมเร้าและเลือกจบชีวิตหนีปัญหา   การฆ่าตัวตายในมุมมองของคริสเตียนเป็นบาปร้ายแรง  พระเจ้าประทานข้อหนึ่งในบัญญัติสิบประการว่าอย่าฆ่าคน   พระเยซูทรงตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่โทษบาปให้พ้นจากการแช่งสาป (กท 3.13)  แต่เรากลับไม่เห็นคุณค่าของพระโลหิต ยิ่งเป็นคริสเตียนยิ่งเป็นเรื่องหนักเป็นสองเท่า เพราะเรารู้ค่างวดของการตายบนของไม้กางเขนดี เรารับพระคุณนั้นไว้แล้วแต่เราก็ยังเลือกที่จะทำตามวิธีของเราเอง    เรามักเห็นปรัชญาของโลกนี้สอนคนล้มที่จะลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้งเพื่อตัวเอง  ฟังดูแล้วเป็นเรื่องดี แต่พระคัมภีร์ไม่เคยสอนเช่นนั้น  ไม่มีที่ใดในพระคัมภีร์สอนเลยว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่อตัวเราเอง คริสเตียนเป็นชนชาติของพระเจ้า เป็นอภิสิทธชนของพระเจ้า เพราะพระองค์เลือกเราเป็นปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์เพื่อประกาศพระสิริของพระองค์ (1 ปต2.9)  พระคัมภีร์สอนว่า การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์  ส่วนที่พระคัมภีร์เขียนต่อว่าการตายก็ได้กำไรนั้นไม่ได้หมายความว่าเราเป็นผู้กำหนดด้วยตัวเราเอง แต่พระเจ้าเป็นผู้กำหนดวันคืนชีวิตของเรา (ฟป1.21)  การทุกข์ยากที่ได้รับในโลกนี้อยู่กับเราไม่นาน และมันเทียบไม่ได้กับศักดิ์ศรีลูกของพระเจ้าที่จะมาถึงในอนาคต (2คธ 4.17)    พระธรรมเอเฟซัส บทที่ 2 ข้อ 10 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า […]

ถามฟ้า

มกราคม 30, 2015

ผมไปเที่ยวเมืองเต๋อฮัง ในมณฑลหูหนาน   ที่นี่มีทางเดินเขาไปจุดที่เขาเรียกว่าเทียนเหวินไท่  เขาแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า heaven-asking rooftop    วรรณกรรมที่ชื่อเดียวกันว่าเทียนเหวิน天問    ประพันธ์โดยชูหยวน Quyuan  แปลว่า The Heavenly Questions or Questions to Heaven  เป็นวรรณกรรมที่เขียนขึ้นตามแบบฉันทลักษณ์จีนโบราณโดยเฉพาะ กวี 172 บทเหล่านี้เขียนขึ้นในยุคอาณาจักรฉู่  เนื้อหาคล้ายตำนาน myth มากกว่าเป็นการเล่าเนื้อหาแบบนิยาย  ตามประวัติเล่าว่าหลังจากที่ชูหยวนออกจากราชสำนักฉู่ (กวีสมัยก่อนถือว่าเป็นปราชญ์ของยุค มักมีราชสำนักเป็นผู้อุปถัมภ์และได้รับมอบหมายตำแหน่งในการบริหาร)   เขาได้เห็นภาพจิตรกรรมชุดหนึ่งและเกิดแรงบันดาลใจ เกิดคำถามมากมายที่เกี่ยวกับกำเนิดของชีวิต,  พฤติกรรม, สังคม, จริยธรรมและปรัชญาชีวิต   เนื้อหาของกวีทั้ง 172 บทจึงเป็นเนื้อหาของการตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ  เป็นการตั้งข้อสังเกตต่างๆจากธรรมชาติและพฤติกรรมของมนุษย์  ชูหยวน เกิดในราว 340ปีก่อนคริสตกาล เล่ากันว่าชูหยวนขึ้นมาที่ยอดเทียนเหวินไท่ เมืองเต๋อฮัง เพื่อมาตั้งคำถามกับฟ้า (พระเจ้าที่เขาไม่รู้จัก) ในบั้นปลายชีวิตเขาจบชีวิตโดดน้ำตายในแม่น้ำมี่ลั่ว Milau  ชาวบ้านต่างพากันมัดข้าวต้มโยนลงน้ำเป็นอาหารปลาเพื่อไม่ให้ปลามาตอดกินศพของชูหยวน นั่นเป็นตำนานเรื่องราวกำเนิดขนมบ๊ะจ่างในเวลาต่อมา ผมมาถึงเทียนเหวินไท่ในราวเที่ยง สภาพอากาศหนาวเย็น  เทียนเหวินไท่ที่มีลักษณะเป็นแผ่นหินใหญ่หน้าตัดเรียบราว 12-15 ตร.ม. รายล้อมด้วยขุนเขา  ลักษณะแบบนี้ไม่ต่างจากโต๊ะบูชาฟ้า  ทำให้ผมนึกถึงว่าในพระคัมภีร์ […]