Stories of my daily blessings
Just another WordPress.com site

พระเจ้าทรงจัดเตรียมหนทาง

วันที่ 13 กรกฎาคม ผมออกจากเพชรบูรณ์ในตอนเช้า จากแยกราหุลอำเภอบึงสามพันผมมุ่งหน้าข้ามเขาไปจังหวัดชัยภูมิ แวะทานข้าวเที่ยงที่จุดชมวิวเขาพังเหยและสอบถามเจ้าหน้าที่ที่จุดชมวิวว่าผมนำรถเก๋งเข้าทุ่งบัวสวรรค์ในอุทยานแห่งชาตไทรทองได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่บอกว่าทางช่วง 2 กม.สุดท้ายเป็นทางลูกรัง เหมาะกับรถขับเคลื่อนสืล้อและรถปิกอัพที่ยกสูง รถเก๋งไปแล้วอาจติดหินที่โผล่ขึ้นมา แต่ถ้าค่อยๆหยอดน่าจะไปได้ ผมขับรถมุ่งหน้าไปทุ่งบัวสวรรค์ เส้นทางเป็นเนินขึ้นลง เมื่อไปถึงด่านเข้าอุทยาน เจ้าหน้าที่แนะนำให้ผมจอดรถทิ้งไว้แล้วว่าจ้างรถขึ้นไป เขาอธิบายว่าเป็นทางขึ้นเขาและมีก้อนหินโผล่ขึ้นมา รถเก๋งใต้ท้องรถสูงไม่พออาจติดได้ แต่ผมต่อรองว่าขอเข้าไปดูก่อนถ้าไม่ได้จะถอยลงมา ผมผ่านเข้าไปเพียง 50 เมตรก็เห็นทางขึ้นเขาเป็นลูกรัง เต็มไปด้วยร่องที่น้ำฝนกัดเซาะและมีก้อนหินโผล่ขึ้นมาให้เห็นบ้าง ผมจอดรถลงไปมองไลน์ เห็นว่าถนนมีความกว้างพอจะสวนกันได้ แต่รถวิ่งกลางจนเกิดเป็นร่องและมีคันสูงตรงงกลาง หากผมนำรถวิ่งไปตามรอยล้อเดิมรถผมจะติด ผมต้องขับชิดด้านในด้านหนึ่งคร่อมรอยล้อรถ ถนนบางช่วงตะปุ่มตะป่ำไม่มีรอยล้อเพราะเป็นพื้นหิน ก็ต้องขับซิกแวกหลบไปมา รถคันนี้เคยขับขึ้นเขาออฟโรดมาแล้วกว่า 22 กม. ไปกลับก็ร่วมสี่สิบกิโล ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหาใด ทางขึ้นเขาเป็นเนินขึ้นๆลงๆสลับกันไปและค่อยๆไต่สูงขึ้น ผมรู้สึกได้ว่าใต้ท้องรถกระแทกบ้าง 2-3 ครั้งแต่ไม่รุนแรง เป็นในจังหวะที่ผมจำต้องเบี่ยงจากถนนข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง และเมื่อรถแล่นมาถึงเนินสุดท้าย ผมพบว่ารถไม่มีแรงขึ้นเนิน จึงได้จอดรถไว้แล้วเดินไปดูว่าที่กางเตนท์ห่างไปไกลเท่าไร ผมห่างจากจุดกางเตนท์ไม่เกิน 200 เมตร คิดว่าจะจอดรถไว้ที่นี่จึงได้กลับลงมากลับรถชิดแอบไว้ข้างทาง

lancer

วันอาทิตย์ผมเก็บเตนท์กลับลงมาตอนบ่ายสองโมง ขากลับผมค่อยๆขับรถลงมา รู้สึกว่าเนินหลายแห่งรถผมไม่มีแรงขึ้น ผมต้องค่อยๆปล่อยให้รถไหลลงมาแล้วเร่งเครื่องพารถกลับขึ้นไปใหม่ เป็นเช่นนี้สองครั้ง ผมผ่านด่านกลับออกไปได้ แต่เมื่อขับรถลงเขาบนถนนรพช.ที่เป็นคอนกรีต อยู่ดีๆพวงมาลัยก็หนักขึ้นมา เบรกแข็งจนเหยียบไม่ลง ผมมองเห็นไฟเตือนแบตเตอรีขึ้น นี่รถผมไม่มีไฟเข้าหรือนี่ ผมเห็นทางลงเขาข้างหน้าพับวนไปวนมา จึงเอื้อมมือไปปิดสวิทซ์ดับเครื่องยนตร์พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ประคองพวงมาลัยรถที่แสนหนักไปเรื่อยๆจนรถจอดสนิทจอดรถเรยบร้อยแล้วผมเข้าเกียร์จอด เปิดฝากระโรงรถดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น ผมได้กลิ่นไหม้ ดมดูไม่ได้มาจากเบรก เปิดดูถังน้ำล้นหม้อน้ำก็ยังมีน้ำเต็ม ดึงก้านเช็คน้ำมันเครื่องมาดมก็เหม็นตามปกติ ดึงก้านเช็คน้ำมันเกียร์มาดมมีกลิ่นไหม้ ผมดทรศัพท์หาช่างที่อู่สุวิทย์แต่ไม่มีสัญญาณไม่ว่าจะเครื่อง AIS หรือ dtac จึงกลับขึ้นรถทดลองสตาร์ทดูใหม่ ชึ่งเดียวติด ระบบเบรกและพวงมาลัยใช้ได้ ไฟมาแล้ว แต่รถกลับไม่มีแรงขึ้นเนิน ผมต้องค่อยๆถอยกลับมาตั้งหลัก เวลานั้นมีคนงานไร่มันขี่รฃถมา ผมถามเขาว่าแถวนี้มีอู่ซ่อมรถไหม รถผมอาจต้องลากออกไปถนนใหญ่ เขาบอกว่ามีอู่ซ่อม เขามีรถอีแต๋นพอลากได้อยู่ เดี๋ยวจะตามให้ ผมเลยเขียนหมายเลขโทรศัพท์ให้เขาติดตัวไปด้วย ผมลองโทรศัพท์อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้มีสัญญาณ แต่สัญญาณติดๆดับๆ ช่างสอบถามอาการและประเมินเบื้องต้นจากที่ผมเล่าอาการแบตเตอรีและเร่งเครื่องไม่ขึ้นว่าอาจเป็นเกียร์หรือมีปัญหาที่ระบบไฟ ให้ลองหาอู่แถวนั้นเช็คดูแล้วโทรหาเขาใหม่ ผมถามเรื่องรถยกเขาบอกว่าเดี๋ยวจะโทรกลับมาแจ้งให้ทราบ รถได้พักอยู่ครู่หนึ่ง ผมลองเร่งเครื่องดูใหม่และผ่านเนินสุดท้ายออกมาที่ถนนใหญ่ได้ มันหมดแรงที่ตรงนั้นบ้านซับมงคล ได้ลองสอบถามชาวบ้านดูว่ามีอู่ซ่อมเกียร์ไหม เขาชี้ไปอีกฝั่งถนนหนึ่ง ช่างเกียร์บอกผมว่าเขาทำแต่เกียร์ธรรมดา เขาโทรไปหาเพื่อนอีกคนที่ทำเกียร์ออโต เพื่อบอกมาว่าอาจเป็นน้ำมันเกียร์แห้ง เมื่อลองดึงก้านเช็คออกมาดูคราวนี้ก้านแห้งสนิท เขาลองเติมน้ำมันเกียร์ลงไป 2 กระป๋อง ในระหว่างที่รอช่างทำงานผมโทรกลับไปหาช่างอีกรายงานเรื่องน้ำมันเกียร์แห้ง เขาบ่นว่ามันไม่น่าแห้งถ้าไม่ได้รั่ว แต่ถ้ามันแห้งมานานคลัชไหม้จะเร่งไม่ขึ้น ผมหมุนไปหารถยกเพื่อสอบถามราคา เขาแจ้งมาว่าเป็นสไลเดอร์ คือดึงขึ้นไปบนรถหกล้อทั้งคันแล้วนำกลับกรุงเทพฯคิด 12,000 บาท ถ้าเป็นรถยกเฉพาะล้อหน้า 8,500 บาท เมื่อเติมน้ำมันเกียร์เรียบร้อยช่างบอกให้ผมลองขับดูก่อน ผมถามว่ามีตู้เอทีเอ็มไหม ผมมีเงินสดติดตัวไม่มาก เขาบอกว่าขับไป 5 กม. มีตู้เบิกเงิน ผมนำรถออกจากอู่ก็เห็นว่าเป็นางลงเนินยาวและขึ้นเนินที่สูงเอาเรื่อง รถลงเนินไปได้แต่พอเร่งเครื่องขึ้นเนินกลับไม่มีแรง ต้องค่อยๆถอยลงมา ได้แต่จอดรถทิ้งไว้แล้วเดินกลับไปที่อู่อีกเพื่อถามหารถลาก รถปิกอัพคันหนึ่งเข้ามาจอดที่อู่ ท่าทางจะสนิทสนมกันเตรียมมากินเบียรืและเชีนร์บอล เมื่อผมถามหารถลาก เจ้าของอู่ก็หันไปบอกว่าช่วยเขาหน่อย เขาเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อได้เชือกเส้นโตแล้วเราก็ไปลากรถกัน ผมคอยประคองพวงมาลัยกลับขึ้นมาจอดที่หน้าป้อมตำรวจแยกซับมงคล ผมถึงคราวต้องลากรถเข้ากรุงเทพฯเสียแล้ว เมื่อสอบถามต่อรองแล้ว เขาจะเอารถผมขึ้นถาดสี่ล้อและใช้รถกะบะลากมาเหมือนขนย้ายเรือสปีดโบท วิธีนี้รถจะช้ำน้อยและเดินทางได้เร็วกว่าการยกเฉพาะล้อหน้า เราตกลงกันได้ เขาตอบว่าจะเดินทางทันที รถออกมาจากสะพานใหม่ตอนสี่โมงเย็น

คราวนี้ผมมีเวลา 2-3 ชั่วโมง นอกจากเดินไปเดินมา อากาศร้อนและผมหิวน้ำบ่อย ร้านค้าชุมชนแถวนั้นทักทายผมอย่างดี เกือบทุกคนจะถามว่ารถเป็นอะไรตามธรรมเนียมไทย พอใกล้หกโมงเย็นผมโทรศัพท์ถามอีกว่ารถลากถึงไหนเขาบอกจะเข้าสระบุรี ทำไมนานจัง ต้องรีบหาอะไรรองท้องแล้วหากดึกกว่านี้เกรงว่าร้านรวงจะปิด เพราะบ้านเรือนแถวนี้เขาเริ่มปิดประตูกันแล้ว เข้าไปนั่งร้านก๋วยเตี๋ยว คุณป้าเจ้าของร้านถามว่ารถเป็นอะไร พอลุงเดินออกมาป้าก็รายงานให้ทราบ อีกสักพักลูกสาวเดินออกมา ผมนั่งแช่อยู่นานจนเกรงใจว่าเขาจะปิดร้าน เขาก็ดีใจหายว่านั่งอยู่ก่อนไม่เป็นไร แนะนำเส้นทางกลับที่สั้นที่สุดให้ พร้อมทั้งให้ผมโทรเช็ครถเป็นระยะเพื่อคอยบอกเส้นทางลัดต่างๆ สองทุ่มแล้วผมเหนื่อยตาแทบปิด ผมขอตัวไปนอนในรถ ลุงบอกผมว่าใกล้ๆมีห้องพักให้เช่า จะไปเปิดห้องอาบน้ำก่อนก็ได้ หรือไม่นั้นก็ไปอาบน้ำที่ป้อมตำรวจ เจ้าหน้าที่กลับบ้านไปแล้วแต่ห้องน้ำเปิดตลอด ผมเลยไปเข้าห้องน้ำระบายความอึดอัดและอาบน้ำให้สดชื่น กลับขึ้นมานอนในรถ ผมก็ยังเห็นลุงเดินแวะเวียนมาดู รถลากโทรถามทางผมเป็นระยะ ในที่สุดรถก็มาถึงตอนสามทุ่มครึ่ง ชาวบ้านแถวนั้นเกือบสิบคนรีบออกมาจากบ้าน สงสัยจะเล็งไว้นานแล้ว มาดูว่ารถลากทำงานกันอย่างไร เขาให้ผมจอดรถให้ตรงกับแผ่นกระดานที่ชักลาดเอียงลงมา แล้วใช้สลิงผูกกับรถผมไว้ ใช้กว้านลากรถผมขึ้นไปบนถาดช้าๆมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งอยุ่นอกรถคอยประคองพวงมาลัยให้ตรงทาง เมื่อขึ้นไปเรียบร้อยทั้งคันเขาใช้เข็มขัดล็อคล้อรถกับพื้นถาด เก็บแผ่นกระดานเข้าที่พร้อมออกเดินทาง ผมกลับไปลาคุณลุงงและครอบครัวอีกครั้งก่อนขึ้นรถลากกลับกรุงเทพฯ กลับมาถึงบ้านตอนตีสี่

ผลการตรวจสอบ ช่างบอกว่าอ่างเกียร์ผมเลอะดินแดงและยุบเข้าไป ทำให้ในอ่างไม่มีแรงดันน้ำมันเกียร์พอที่จะไปหล่อเลี้ยงคลัชทำให้คลัชไหม้ เขาต้องล้างเกียร์ใหม่ เปลี่ยนคลัช ส่วนพวกซีลยางต่างๆยังนิ่มปกติอยู่ไม่ต้องเปลี่ยน ใช้เวลาซ่อมสามวัน หมดเงินไปหนึ่งหมื่นบาท

เมื่อผมโพสต์ข้อความขึ้นเฟซบุคบอกว่า “โชคดีที่มีสัญญาณโทรศัพท์ และออกมาถึงบ้านซับมงคลได้” เพื่อนถามผมว่ารถเสียขนาดนั้นยังพูดว่าโชคดีอีกหรือ คำว่าโชคดีเป็นคำติดปากของคนไทย แต่ผมไม่ได้เชื่อว่าชีวิตผมอยู่บนโชค แต่ชีวิตผมปกติดีเพราะพระเจ้าทรงนำ รถที่กำลังลงจากเขาไม่มีเบรกมีความเร่ง ถ้าเป็นบางคนอาจจะสติแตกทำอะไรไม่ถูก แต่พระเจ้าให้ผมมีสติที่จะคิดว่าในเสี้ยววินาทีนั้นผมต้องทำอะไรบ้าง ผมขอบคุณพระเจ้าที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในเส้นทางหลวงชนบท ไม่มีรถหรือยานพาหนะใดผ่านมา ไม่มีคน ไม่มีอะไรที่ผมต้องหักหลบกระทันหัน หากผมไปชนโคกระบือของชาวบ้านเข้าจะเป็นอย่างไร ผมไปชนใครบาดเจ็บล้มตายเข้าจะมีเรื่องราวต่อมามากมาย ผมไม่ได้ขับรถตกเขา ทรัพย์สินผมยังอยู่ ร่างกายผมไม่ได้รับบาดเจ็บ ชีวิตผมยังอยู่ ผมจึงนับเรื่องเช่นนี้ว่าโชคดีมหาศาล

ผมอดมีคำถามไม่ได้เช่นกันว่าเรื่องแบบนี้ทำไมจึงเกิดขึ้นกับผม ผมเป็นคนดื้อ นี่อาจเป็นหนทางหนึ่งที่พระเจ้าให้บทเรียนกับคนดื้อรั้น แม้ว่าผมอธิษฐานขอพระเจ้าสถิตย์อยู่ด้วยตลอดการเดินทาง หรือแม้แต่เวลาที่ผมขับรถขึ้นเขา ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้ว่ารถที่ผมยกเครื่องใหม่มันไม่เหมือนเดิม เครื่องยนตร์ใหม่ขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก ในเมื่อมันขยับขึ้นด้านบนแล้วติดฝากระโปรงก็ต้องเลื่อนต่ำลงล่าง อ่างน้ำมันเครื่อง อ่างน้ำมันเกียร์ และคานรับน้ำหนักเครื่องสูงจากพื้นเพียง 12.5 ซม.เท่านั้น มันไม่ใช่ 15 ซม.เหมือนก่อน แม้อุบัติเหตุครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น มันจะเกิดขึ้นในอนาคตเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หากมันเกิดขึ้นในที่เปลี่ยว สถานที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ กลางคืน ผมจะทำอย่างไร ผมขอบคุณพระเจ้าที่ผมมีเงินจ่ายค่าซ่อม ผมได้รับเงินโบนัสมาก้อนหนึ่งโดยไม่คาดมาก่อน โบนัสมาปลายปีแต่ผมได้พิเศษมาตอนกลางปี

ผมขอบคุณพระเจ้ามีช่างให้ผมได้ติดต่อ มีอู่ที่ซับมงคลเปิดให้ความช่วยเหลือ โดยส่วนใหญ่ช่างในกรุงเทพฯจะปิดรับโทรศัพท์ในวันหยุดหรือหลังเวลางาน  แต่ครั้งนี้ผมสามารถติดต่อถามหาข้อมูลและขอความช่วยเหลือได้ในวันหยุดจนสามารถติดต่อหารถยกได้ แม้ว่าความช่วยเหลือหลายสิ่งจะไม่ได้รับการแก้ไข  แต่ก็ทำให้ผมไม่รู้สึกว่าผมกำลังเผชิญปัญหาอยู่ตามลำพัง  พระเจ้าทรงให้คนอีกหลายคนเข้ามารับฟังปัญหาของผม  ผมได้รับความบรรเทาจากความว้าวุ่นใจ  ขอบคุณพระเจ้าสำหรับชาวซับมงคลที่มาไถ่ถาม  ความช่วยเหลือทุกอย่างของคนที่นั่น  คุณลุงคุณป้าเอื้อเฟื้อนั่งคุยเป็นเพื่อนและแนะนำเส้นทาง

ไม่มีการตอบรับ to “พระเจ้าทรงจัดเตรียมหนทาง”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s