Stories of my daily blessings
Just another WordPress.com site

ถูกทอดทิ้ง

การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเป็นหนึ่งในแผนการของพระเจ้าตั้งแต่สร้างโลก  พระเยซู หรือพระบุตร หรือพระปัญญา หรือพระวาทะ หรือพระเมสสิยาห์ แปลว่าพระผู้ไถ่,พระผู้ช่วยให้รอด ทั้งหมดนี้คือบุคคลเดียวกัน แต่เรียกชื่อตามบทบาทหน้าที่  พระเจ้ากำหนดบุคคลนี้ไว้แต่เริ่มแรก   คำพยากรณ์แรกที่พระเจ้าได้ตรัสไว้กับมนุษย์คือ พงศ์พันธุ์ของหญิง (หมายถึงพระเยซูคริสต์) จะทำให้หัวของมารแหลกลาญ (มีชัยเหนือความบาป) แต่ส้นเท้าของเขาจะฟกช้ำ (พระเยซูต้องตาย) คำพยากรณ์นี้ปรากฏอยู่ในหนังสือปฐมกาล 3.15  พระเยซูถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องตายเพื่อไถ่บาป สะบั้นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับซาตาน และคืนความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์  ในพระธรรมสุดดี 22 ทั้งบท กษัตริย์ดาวิดเขียนไว้เป็นโคลงเพื่อร้องสรรเสริญพระเจ้า พระองค์ได้เขียนไว้เป็นคำพยากรณ์เล็งถึงพระเยซูว่าพระองค์จะประสพผลในบั้นปลายเช่นไร คำพยากรณ์นี้เขียนขึ้นก่อนยุคพระเยซูประมาณ 1,000 ปี   ปูมหลังของกษัตริย์ดาวิดเมื่อเขาเขียนบทเพลงสรรเสริญบทนี้คือ ถูกศัตรูไล่ล่าหมายเอาชีวิต  เขาร้องขอการช่วยกู้จากพระเจ้า  ดาวิดต้องหลบซ่อนในถิ่นทุรกันดาร ไม่มีน้ำดื่ม อาภรณ์ขาดวิ่น เขาถูกคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้าเยาะเย้ยถากถางว่าถ้าพระเจ้ามีจริง ให้พระองค์ช่วยเขาเถิด  แต่กษัตริย์ดาวิดฝากความไว้วางใจทั้งหมดว่าพระเจ้าเที่ยงแท้แน่นอนนั้นจะไม่ทิ้งเขาไว้ในมือของศัตรู ในที่นี้ดาวิดเปรียบว่าเป็นสัตว์ร้ายที่รอขย้ำ  ในท่ามกลางความกลัว ความเดียวดาย ดาวิดต้องต่อสู้กับศัตรูภายนอกและศัตรูภายในใจของเขา คือความคิดของตนเอง  พระเจ้าที่เขานับถือยังอยู่กับเขาในเวลาที่ตกต่ำที่สุดของชีวิตหรือไม่   พระเยซูก็เช่นเดียวกัน  ในเวลาที่ผู้คนเข้าใจผิด เวลาแห่งการทนทุกข์เพราะถูกกล่าวหาและรับโทษ ศักดิ์ศรีของความเป็นพระบุตรถูกทำลาย  งานที่ปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นแผนการที่กำหนดไว้แล้ว แต่พระองค์ก็เต็มใจรับสภาพ ขอมีเพียงความหวังใจว่า พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้ง  ชีวิตของเราในโลกนี้ก็เช่นกัน ขอมีความเชื่อและความหวังใจว่าพระเจ้าทรงฟัง ไม่ได้ทอดทิ้ง เราจะมีพลังอยู่เพื่อก้าวต่อไป  สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าที่องค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมไม่เคยทอดทิ้งเราเลย  เรามาดูรายละเอียดในบางข้อของคำพยากรณ์ดังกล่าวในพระธรรมสดุดี บทที่ 22

ข้อ 1 พระ‍เจ้า‍ข้า พระ‍เจ้า‍ข้า ไฉนทรงทอด‍ทิ้งข้า‍พระ‍องค์เสีย   เหตุ‍ใด พระ‍องค์ทรงเมิน‍เฉยที่จะช่วยข้า‍พระ‍องค์และต่อถ้อย‍คำคร่ำ‍ครวญของข้า‍พระ‍องค์  พระเยซูถูกตรึงตั้งแต่สามโมงเช้าจนบ่าย  พระองค์ไม่ได้สิ้นหวัง แต่คำร้องขอของพระองค์นั้นเพื่อเตือนสติตนเองว่าพระองค์ไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง  พระธรรมมาระโกบันทึกว่า เวลาบ่ายสามโมงพระเยซูทรงร้องเสียงดังว่า ” เอโลอี เอโลอี ลามา สะบักธานี ” แปลว่า พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ ”  (มก 15.34)

 ข้อ 6-8  ข้า‍พระ‍องค์เป็นดุจตัว‍หนอน มิ‍ใช่คน คนก็ด่า ประ‌ชาก็ดู‍หมิ่น   ผู้ที่เห็นข้า‍พระ‍องค์ก็เย้ย‍หยัน  เขาบุ้ยปากและสั่นศีรษะใส่ข้า‍พระ‍องค์กล่าวว่า  เขามอบตัวไว้กับพระ‍เจ้า ให้พระ‍องค์ทรงช่วยเขาสิ   ให้พระ‍องค์ช่วยเขา เพราะพระ‍องค์ทรงพอ‍พระ‍ทัยในเขา

ในพระคัมภีร์บันทึกเรื่องราววันสิ้นพระชนม์ว่า พวกทหารโรมันได้สานมงกุฎหนาม นำมาสวมศีรษะ, นำไม้มาทำเป็นคธาให้พระเยซูถือ  แล้วก็คุกเข่าถวายบังคมล้อเลียนว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ ขอทรงพระเจริญ  เขาถ่มน้ำลายรด ดึงเอาไม้คธากลับมาตีศีรษะพระองค์ บ้างก็เอามือตบหน้า (มธ 26.29-30, ยน 19.1-2)   ในพระธรรมมาระโก บันทึกว่า ปีลาตให้ทหารมาลากตัวพระเยซูไปโบยตี  พวกทหารสานมงกุฏหนามมาใส่ให้ เอาเสื้อคลุมสีม่วงแบบของกษัตริย์มาคลุม แล้วลากตัวออกไปตรึงกางเขน  ประชาชนที่มาดูล้วน ส่ายหน้าและสบประมาทว่าเป็นอย่างไร เจ้าคนที่จะทำลายพระวิหารแล้วสร้างขึ้นใหม่ในสามวัน (คำพูดนี้ซ่อนความหมายว่าพระเยซูจะตายและฟื้นขึ้นใหม่ในวันที่สาม)   ส่วนพวกปุโรหิตและศาสนาจารย์ก็ถากถางว่า เขาช่วยคนอื่นให้รอดได้แต่กลับช่วยตัวเองให้รอดไม่ได้ (มก 15.27-32)  แม้แต่อาชญากรคนหนึ่งที่ถูกตรึงร่วมกับพระเยซูก็ยังสบประมาทพระองค์ว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดไม่ใช่หรือ ช่วยตัวเองให้รอดก่อนแล้วช่วยเขาด้วย (ลก 23.29)

 ข้อ 14 ข้า‍พระ‍องค์ถูกเทออกเหมือนอย่างน้ำ  กระ‌ดูกทั้ง‍สิ้นของข้า‍พระ‍องค์หลุด‍ลุ่ยไป  จิต‍ใจก็เหมือนขี้‍ผึ้งละลายภาย‍ในอกของข้า‍พระ‍องค์  

คนๆหนึ่งหากถูกทอดทิ้ง ไม่มีที่พึ่งพิง  คนใกล้ชิด สาวกที่เคยบอกว่ารักพระองค์สามารถตายแทนพระองค์ได้ บัดนี้หนีห่างและยังบอกว่าไม่เคยรู้จักพระองค์มาก่อน  เป็นความรู้สึกของคนถูกทรยศหักหลัง   หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ คนทั้งเมืองเยรูซาเล็มออกมาต้อนรับพระองค์ แห่แหนกันเข้าเมือง  คนที่พระองค์รักษาโรค คนตาบอดที่กลับมองเห็น คนโรคเรื้อนที่หาย คนที่เคยถูกผีเข้า บัดนี้คนเหล่านั้นหายไปไหน มีแต่เสียงที่เรียกร้องว่าตรึงเยซูที่กางเขนเสีย หากพวกเราตัดสินใจผิดให้บาปเคราะห์นั้นตกกับลูกหลานของเราเอง  ถ้าวันหนึ่งเราตกอยู่ในสภาพนี้ เราจะเข้าใจว่าจิตใจที่ขาดน้ำหล่อเลี้ยงเป็นอย่างไร จิตใจที่กำลังหลอมละลายเป็นอย่างไร  “เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงเข้าที่สีข้าง น้ำและเลือดทะลักออกมา เป็นปรากฏการณ์ของเม็ดเลือดแดงที่แยกตัวออกจากของเหลวส่วนที่เป็นน้ำเลือด  หัวใจและร่างกายที่ขาดน้ำคงแยกออกเป็นเสี่ยงๆเช่นนั้นเอง  พระธรรมยอห์นบันทึกนาทีที่สิ้นพระชนม์นั้นไว้ดังนี้  แต่ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงที่สีข้างของพระเยซูโลหิตกับน้ำก็ไหลออกมาทันที  เนื่องจากพวกยิวไม่ต้องการให้ศพค้างบนไม้กางเขนในช่วงวันสะบาโต จึงขอปีลาตให้ทุบขาผู้ที่ถูกตรึงให้หักและเอาศพลงมา  ดังนั้นพวกทหารจึงมาทุบขาของชายคนแรกที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนด้วยกันกับพระเยซูให้หัก แล้วทุบขาของอีกคนหนึ่งให้หักด้วย  แต่เมื่อมาถึงพระเยซูพวกเขาพบว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้วจึงไม่ได้ทุบขาของพระองค์” (ยน19.31-33)  ตรงกับคำพยากรณ์ว่า พระเจ้าจะทรงปกป้องกระดูกของเขาทุกชิ้นไม่ให้ถูกหักสักชิ้นเดียว  (สดด 34.18-20)   การทุบกระดูกขานักโทษประหารให้หัก มีจุดประสงค์เพื่อไม่ให้นักโทษหลบหนีหายไปไหนหากไม่แน่ใจว่านักโทษนั้นตายจริงหรือแค่สลบไป

 

ข้อ 15 กำ‌ลังของข้า‍พระ‍องค์เหือด‍แห้งไปเหมือนเศษหม้อ‍ดิน และลิ้นของข้า‍พระ‍องค์ก็เกาะติดที่ขากรร‌ไกร  พระ‍องค์ทรงวางข้า‍พระ‍องค์ไว้ในผง‍คลีมัจ‌จุ‌ราช   พระคัมภีร์ข้อนี้เล็งถึงการยอมจำนนกับแผนการที่พระองค์ทรงรับจากพระบิดา  พระเยซูในสภาพเนื้อหนังของมนุษย์ พระองค์เจ็บปวด และพระองค์เหนื่อยเพราะถูกทำร้ายจนหมดแรง  ความหมายของลิ้นที่เกาะติดขากรรไกรแน่นทำให้เราเห็นภาพว่า แม้พระองค์ปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ไม่สามารถปฏิเสธการตายได้  แม้ปีลาตที่เป็นเจ้าเมืองก็ไม่เห็นว่าพระองค์มีความผิดใด  ในที่สุดพระองค์ถูกสังคมพิพากษาให้ตายบนไม้กางเขน  ในนาทีสุดท้ายพระองค์ตรัสว่าเรากระหายน้ำ  ที่นั่นมีภาชนะใส่น้ำองุ่นเปรี้ยวตั้งอยู่ พวกเขาจึงเอาฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้หุสบชูขึ้นถึงพระโอษฐ์ของพระเยซู  เมื่อทรงรับน้ำนั้นแล้วพระเยซูก็ตรัสว่า ” สำเร็จแล้ว ” จากนั้นพระองค์ก้มพระเศียรลงและสิ้นพระชนม์ (ยน 19.28-30)

 

ข้อ 16 พระ‍เจ้า‍ข้า บรร‌ดาสุนัขล้อมรอบข้า‍พระ‍องค์ไว้  คนทำ‍ชั่วหมู่หนึ่งล้อมข้า‍พระ‍องค์  เขาแทงมือแทงเท้าข้า‍พระ‍องค์  แน่นอนที่พระเยซูถูกแทงมือแทงเท้า  การตรึงกางเขนนั้นเขาตอกที่อุ้งมือและซ้อนเท้าก่อนจะตอกตะปูลงไป   พระคัมภีร์บันทึกว่า พวกทหารจึงคุมตัวพระเยซูไป  พระองค์ทรงแบกกางเขนของพระองค์ไปยังสถานแห่งหัวกระโหลก (ซึ่งในภาษาอารเมคเรียกว่า กลโกธา)  ที่นั่นเขาตรึงพระองค์บนไม้กางเขนกับอีกสองคนขนาบข้างและพระเยซูทรงอยู่ตรงกลาง (ยน 19.16-18)

 

ข้อ 17-18  ข้า‍พระ‍องค์นับกระ‌ดูกของข้า‍พระ‍องค์ได้เป็นชิ้นๆ  เขาจ้อง‍มองและยิ้ม‍เยาะข้า‍พระ‍องค์   เสื้อ‍ผ้าของข้า‍พระ‍องค์เขาแบ่ง‍ปันกัน ส่วนเสื้อของข้า‍พระ‍องค์นั้นเขาก็จับฉลากกัน  เป็นธรรมเนียมของทหารโรมันที่จะยึดสมบัติของนักโทษแบ่งกัน  ส่วนเสื้อตัวในซึ่งทอเป็นผืนเดียวแบ่งไม่ได้เขาใช้วิธีจับฉลาก   แน่นอนว่าพระองค์เปลือยกายในเวลาที่ถูกตรึง พระคัมภีร์จึงพยากรณ์ว่าเขาเห็นกระดูกปูดโปนของพระองค์จนนับได้เป็นชิ้นๆ
เมื่อเขาตรึงพระองค์ที่ไม้กางเขนแล้ว ก็นำฉลองพระองค์มาจับฉลากแบ่งกัน (มธ 27.35, ลก 23.34)  เมื่อพวกทหารตรึงพระเยซูที่ไม้กางเขนแล้วก็นำฉลองพระองค์มาแบ่งเป็นสี่ส่วน ได้ไปคนละส่วน เหลือไว้แต่ฉลองพระองค์ชั้นในซึ่งไม่มีตะเข็บทอเป็นผืนเดียวตั้งแต่บนจรดล่าง   เขาพูดกันว่า ” อย่าฉีกแบ่งเลย ให้เราจับฉลากกันว่าใครจะได้เสื้อตัวนี้ ”  (ยน 19.23-24)

 

ทำไมเหตุการณ์เหล่านี้จึงเกิดขึ้น คำตอบคือเพื่อเห็นแก่เราทั้งหลายจะได้รับความรอด เพื่อการกลับคืนดีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้งหนึ่ง สดุดีข้อ27-28 จึงเขียนไว้ว่า  ที่สุดปลายทั้ง‍สิ้นของแผ่น‍ดินโลกจะจด‍จำและหัน‍กลับมายังพระ‍เจ้า  และตระ‌กูลทั้ง‍สิ้นของบรร‌ดาประ‌ชา‍ชาติจะนมัส‌การต่อพระ‍พักตร์พระ‍องค์   เพราะอำ‌นาจการปก‍ครองเป็นของพระ‍เจ้า และพระ‍องค์ทรงครอบ‍ครองเหนือบรร‌ดาประ‌ชา‍ชาติ

 

ในเทศกาลวันศุกร์ประเสริฐที่จะมาถึง ผมขอเชิญชวนให้เราอ่านและใคร่ครวญพระธรรมสดุดีบทที่ 22  พระธรรมยอห์นบทที่ 18 และ ยอห์นบทที่ 19  ขอพระวจนะของพระเจ้าเป็นพระพรในการดำเนินชีวิตของทุกคนที่วางใจในพระองค์

 

ไม่มีการตอบรับ to “ถูกทอดทิ้ง”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s