Stories of my daily blessings
Just another WordPress.com site

สาระของชีวิต

ปีหนึ่งผ่านไปรวดเร็ว  เมื่ออายุผมข้ามหลักห้า มันยิ่งโบยบินเร็วราวกับติดจรวดก็ไม่ปาน  บทความนี้เป็นบทสุดท้ายของปี 2010   ในปีนี้ผมได้ข่าวเรื่องหนุ่มสาวเสียชีวิตแต่เยาว์วัยจากคนรอบตัว  เด็กหนุ่มอายุ 24 ปีผูกคอตายที่ใต้ถุนบ้านเพราะรักถูกกีดกัน   เด็กสาวที่เพิ่งรับปริญญาในวัยเพียง 25 ปี ถูกมะเร็งร้ายคร่าชีวิต  อนุชนในโบสถ์เกิดอุบัติเหตุทางรถยนตร์ด้วยวัย 24 ปี  และปิดท้ายปีเสือด้วยอุบัติเหตุทางรถยนตร์ 9 ศพรวด แต่ละคนอยู๋ในวัยเรียนและวัยเริ่มต้นของชีวิต  ความตายกลับมาพรากไปอย่างน่าใจหาย  ความตายไม่ใช่เรื่องของคนสูงวัยและเรื่องไกลตัว  ถ้าจะละเรื่องราวต่างๆลงพิจารณาสาระของชีวิตบ้างว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร  ก้าวต่อจากนี้ของชีวิตไปในทิศทางใด และเมื่อจากโลกนี้แล้วเราไปไหน

พระคัมภีร์พูดถึงสาระของชีวิตว่า ผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต  แต่ผู้ใดเลือกฝากชีวิตไว้กับพระเยซู ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด  จะมีประโยชน์อะไรที่มั่งมีครอบครองสมบัติมากมายแต่ต้องเสียชีวิตนิรันดร์ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่อาจซื้อชีวิตไว้ได้ (มธ 16.25-26)  พระเยซูประกาศว่าพระองค์เป็นอาหารที่ธำรงชีวิต ผู้ที่รับพระองค์ไว้จะได้ชีวิตนิรันดร์ (ยน 6.51)  ผู้ที่มีพระองค์ประจำใจจะได้ความสว่างในการดำเนินชีวิต (ยน 8.12)

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับฟังเรื่องราวของคนๆหนึ่ง  เธอเป็นทุกข์เพราะต้องการมีเกียรติ อยากให้มีคนนับหน้าถือตาเป็นที่จดจำ  อยากให้ลูกน้องเคารพรัก อยากให้เจ้านายเห็นความสำคัญ  เธอพยายามทุกวิถีทางที่จะให้คนยอมรับในตัวเธอให้ได้  เพื่อนผู้ร่วมงานต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอไม่เคยให้เกียรติใครเลย เธอไม่เคยให้พระคุณกับใคร เธอใช้แต่พระเดช เธอไม่เคยยอมรับฟังและเปิดใจกว้างกับใคร เธอมีแต่ตำหนิ  เธอเจ้าคิดเจ้าแค้นและเธอไม่มีความพอใจอะไรในชีวิตนี้ หากเป็นเช่นนี้แน่นอนว่าเธอจะหาความสุขไม่พบ  หากต้องการเกียรติจงให้เกียรติกับคนอื่นก่อน หากต้องการความรักจงรักผู้อื่นก่อน หากจะให้คนอื่นยอมรับก็ต้องรู้จักยอมรับคนอื่นก่อน เคล็ดลับของการอยู่ร่วมกับผู้อื่นคือความถ่อมใจ ความรัก ความเมตตา

ไม่มีพระคัมภีร์ตอนใดที่สอนให้เป็นผู้นำและเป็นผู้รับ  พระคัมภีร์ทุกตอนล้วนบอกให้เราเป็นผู้ให้  ให้เป็นคนใจอ่อนสุภาพ (มธ 5.5, 21.5)  มีความเชื่อวางใจในพระเจ้าอย่างไม่มีข้อสงสัยเช่นเด็กที่วางใจพ่อแม่ของตนเอง (มก 10.15) เห็นแก่ผู้ที่ต่ำต้อยกว่า ลก 11.4 และช่วยเหลือกันด้วยใจกว้างขวาง (2 คธ 9.11) ไม่คิดแต่ตนเองฝ่ายเดียว และไม่จดจำความผิด (1 คธ 13.5) ให้อภัยอย่างไม่มีเงื่อนไข (มธ 18.21-22)  รับใช้คนทั้งปวงเหมือนอย่างพระเยซู (มก 10.45, ลก 22.26-27)  ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง (กท 6.3-4)  ให้ทำดีกับคนทั้งปวงไม่เลือกปฏิบัติ (กท 6.10) อยู่อย่างสุขสงบและสามัคคีกัน (มก 9.50)  พระคัมภีร์พูดถึงคนที่สำคัญตนว่าเหนือกว่าผู้อื่นว่า ในวันสุดท้ายนั้นคนต้นจะกลับไปเป็นคนสุดท้ายและคนสุดท้ายกลับกลายเป็นคนต้น (ลก 14.11, มธ 20.16)  และให้รักคนที่มีความเชื่อเดียวกันให้มาก (ยน 15.17)

“บุคคลผู้ใดมีใจอ่อนโยน ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้แผ่นดินโลกเป็นมรดก…. บุคคลผู้ใดมีใจกรุณา ผู้นั้นเป็นสุขเพราะว่าเขาจะได้รับพระกรุณาตอบ….  บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุขเพราะว่าพระเจ้าจะทรงเรียกเขาว่าเป็นบุตร”

Thanks: 

ขอบคุณพระองค์ที่กำลังจะผ่านไปอีกปีหนึ่ง  ขอบคุณพระองค์สำหรับพระคุณอย่างเหลือล้น

Basket:

1) D700 มาแล้ว

2) o/h เครื่องใหม่  เปลี่ยน blower ใหม่

3) ไปดำเนินสดวกและบางคนที

4) ลูกพี่ลูกน้องมาเยี่ยม

ไม่มีการตอบรับ to “สาระของชีวิต”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s