Stories of my daily blessings
Just another WordPress.com site

ข่าวลือ

ถ้าคุณป็นคนไทย และเป็นคริสตชนไทย ที่รักประเทศไทย

สิ่งที่คุณทำได้คือ….

1. อ่านบทความนี้
2. ส่งต่อให้กับพี่น้องคริสเตียนที่ท่านรู้จัก
3. ร่วมกันอธิษฐานเผื่อประเทศไทย
และพี่น้องในพระคริสต์ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เนื้อหา :

อาจารย์ซินดี้ได้รับนิมิตเกี่ยวกับประเทศไทยจากพระเจ้า ซึ่งใกล้เคียงกับที่ อ.ผู้เผยที่อยู่กับท่านได้รับ  คือ "ประเทศจะถูกฉีกเป็น 3 ส่วน ด้วย Violence(ความรุนแรง), Death(ความตาย), Bloodshed(การหลั่งเลือด), Civil War(สงครามกลางเมือง)" และจากอาจารย์ท่านอื่นๆ เห็นประมาณว่า "งูใหญ่เคลื่อนอยู่และถูกฟันแยกเป็น 3 ส่วน เล็งถึงประเทศนี้"

 

แต่นิมิตที่ทำ ให้ อาจารย์ ร้อนใจจนต้องรีบสื่อสารก็คือการที่อาจารย์เห็นนิมิตในที่พักของ อ. โดยอ.ซินดี้ยืนที่หน้าต่างกระจกของคอนโดที่ท่านพัก เมื่อมองออกมากลับเห็นภาพทั้งๆ ที่ลืมตา คือเห็น ทหารถือปืนเดินไปเดินตามท้องถนน ซอกซอยที่อาจารย์มองลงไป อ.พยายามปิดตาแล้วเปิดใหม่ ก็ยังเห็นนิมิตทั้งๆที่ลืมตาเหมือนเดิมถึง 3 ครั้ง อาจารย์ถามจนพระเจ้าบอกกับอาจารย์ว่า "คอม มิวนิสจะเข้ามาแทรกแซงประเทศไทย ซาตานกำลังฉีกประเทศนี้ และคอมมิวนิสจะแทรกเข้ามาในขณะที่ประเทศไทยกำลังอ่อนแอถึงที่สุดด้วยความ วุ่นวายต่างๆ" ………”

 

ทุกสิ้นปีก่อนเข้าสู่การเถลิงศกใหม่ ผมมักได้รับเมล์จากเพื่อนๆเป็นเรื่องการทำนายทายทักจากสารพัดหมอว่าปีหน้าดวงคน ดวงเมือง จะเป็นอย่างไร  ประเทศชาติจะมีเคราะห์อย่างไร  ผมเฝ้าดูมา 4-5 ปี ยังไม่เคยมีฉบับไหนถูกต้องหรือแม้แต่ใกล้เคียงแต่อย่างใด  เพื่อนๆในที่ทำงานต่างพูดและส่งต่อๆกันชนิดเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ดูค่อนข้างจะมั่นใจกันว่าคำทำนายเหล่านั้นว่าจะเป็นจริง   เมื่อได้รับเมล์ฉบับนี้ผมมีความรู้สึกไม่แตกต่างจากการรับเมล์ก่อนหน้านี้  ผมกำลังลบหลู่คำพยากรณ์เช่นนั้นหรือ  ผมกำลังลบหลู่ผู้พยากรณ์เช่นนั้นหรือ

 

ผมตั้งข้อสังเกตไว้สองสามประการว่า คำพยากรณ์นี้ไม่มีวันเดือนปีว่าผู้พยากรณ์ให้ข้อมูลเมื่อใด ปีนี้หรือมันผ่านมาหลายปีมาแล้ว  ผู้พยากรณ์เป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ  คำพยากรณ์นั้นถูกส่งต่อมาถึงเราได้อย่างไร   เขาคือใครที่ผมจะมอบความเชื่อมั่นวางใจโดยที่ผมยังไม่รู้ว่าคนที่ถูกกล่าวอ้างนี้มีตัวตนอยู่หรือไม่  เนื้อหาเป็นสิ่งที่เล่าต่อและส่งเรื่องต่อๆกันมา  ผู้พยากรณ์ไม่ได้ออกมาแสดงตัวว่าผมเองนะที่เห็นนิมิต  ทั้งหมดเหล่านี้คือความน่ากลัวของการรับข้อมูลของคนในยุคนี้   ผมจะทราบและแน่ใจได้อย่างไรว่าพระเจ้ากำลังตรัสกับเราผ่านคนๆนี้    มีสิ่งหนึ่งที่ผมแน่ใจได้คือพระเจ้าตรัสผ่านพระคัมภีร์   พระเยซูตรัสกับสาวกว่า จงระวังอย่าให้ใครมาล่อลวงท่าน หลายคนจะมาในนามของเราและอ้างตัวว่าเราคือผู้นั้น  (มก 13.5-6)   หากเราเป็นคริสเตียนทารก เราจะถูกซัดไปเซมาด้วยลมปากของมนุษย์  พระเยซูเตือนสติไว้ว่า เมื่อเวลานั้นมาถึงหากมีใครบอกว่าพระคริสต์อยู่ที่ใดก็ตาม อย่าเชื่อ!!! จะมีทั้งพระคริสต์ตัวปลอมและผู้เผยพระวจนะเท็จเกิดขึ้น  โดยที่คนเหล่านี้จะแสดงทั้งหมายสำคัญ (พยากรณ์) และอิทธิปาฏิหาริย์เพื่อลวงคริสเตียน (มก 13.22)     พระองค์สำทับอีกครั้งหนึ่งในข้อ 23 ว่า "จงระวัง เราบอกทุกอย่างแก่ท่านไว้ล่วงหน้าแล้ว

 

 

พระเยซูยังได้ตรัสสอนไว้อีกว่า เมื่อท่านได้ยินข่าวสงครามและข่าวลือเรื่องสงคราม อย่าตกใจ เพราะสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นแน่นอน (มก 13.7)  มันจะมาถึงเราวันใดวันหนึ่งอย่างที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เว้นแต่เราจะชิงล่วงหลับไปก่อนที่มันจะมาถึงตัว    นับตั้งแต่สงครามระหว่างยิวกับปาเลสไตน์, การส่งกำลังทหารเข้าไปในอิรัค, ในอัฟกานิสถาน,  ความตึงเครียดระหว่างจีนกับเขตปกครองตนเองธิเบตและซินเกียง,  การสะสมอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านและเกาหลีเหนือ    การที่อเมริกาขายอาวุธให้กับไต้หวันและสนับสนุนอินเดียเพื่อเป็นประเทศกันชนกับจีน  การสนับสนุนของจีนต่อพม่าและกัมพูชาเพื่อคานน้ำหนักของกลุ่มอาเซียน  ดังพระองค์ตรัสว่าประชาชาติต่อประชาชาติและอาณาจักรต่ออาณาจักรจะสู้รบกัน (มก 13.8)  เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึง 4 เดือน เราได้ข่าวแผ่นดินไหวขนาดมากกว่า 6 ตามมาตราริกเตอร์ถึง 3 ครั้ง ในขณะที่ธรรมชาติเล่นตลกให้เกิดพายุหิมะถล่มหลายประเทศในฤดูใบไม้ผลิ  หลายประเทศเจอฝนหนักน้ำท่วมโคลนถล่ม  แต่เอเซียต้องเผชิญกับความแห้งแล้งอย่างหนัก  แม่น้ำโขงแห้งเหือดไม่แต่เพียงเพราะเหตุเขื่อนกั้นน้ำ 4 แห่งในจีน กระทั่งลำน้ำสาขาในประเทศลาว และไทยก็แห้งเหือดไปด้วย   องค์การอาหารแห่งสหประชาชาติคาดการณ์ว่าโลกจะขาดแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้และอาหารจนเกิดสงครามภายในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้านี้  การกันดารอาหารและสิ่งต่างๆเหล่านั้นบ่งบอกว่ามันไม่ใช่การสิ้นสุด แต่เป็นการเริ่มต้นของวาระสุดท้าย (มก 13.8)   

 

พระคัมภีร์นอกจากจะบันทึกว่าให้มีสติ อย่าได้หวั่นไหวไปกับข่าวลือต่างๆ  (ข่าวลือมีการผสมปนเปจนแยกเท็จจริงไม่ออก)  แล้ว  คริสเตียนยังต้องเฝ้าระวังการดำเนินชีวิต  การดำเนินชีวิตแบบที่เป็นพยานฝ่ายพระองค์เป็นเรื่องยากยิ่งเพราะมีสิ่งล่อลวงอยู่รอบข้าง    ยิ่งมีเสรีภาพในการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมบริโภคนิยมเข้าครอบงำมากขึ้นเท่าใด เสรีภาพในการประกาศพระกิตติคุณจะถูกริดรอนมากขึ้น มันจะกลายเป็นเรื่องผิดกฏหมายในวันหนึ่งข้างหน้า (มก 13.9)  เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจสำหรับผมเป็นอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ข่าวลือต่างๆ ในสถานการณ์สงคราม ความกันดารและภัยพิบัติ พระคัมภีร์ไม่ได้บอกให้คริสเตียนหดหัว  แต่ให้เราพร้อมที่จะเป็นพยานถึงพระองค์ (มก 3.9-11)

 

จดหมายฝาก อ.เปาโลหนุนใจว่าเราต้องดำเนินชีวิตอย่างเข้มแข็งโดยพึ่งพาในพระผู้เป็นเจ้าและใช้ฤทธิเดชของพระองค์ด้วย  กล่าวคือ คริสเตียนต้องใช้สิ่งเหล่านี้ ได้แก่ ความจริง, ความชอบธรรม, ความพร้อมเพื่อประกาศข่าวประเสริฐ, ความเชื่อ, ความรอด และพระวจนะ เป็นเครื่องปกป้องฝ่ายจิตวิญญาณ และใช้เป็นอาวุธเพื่อต่อสู้ (อฟ 6.10, 13-18)  เพราะศัตรูของเราคือมารและสมุนของมัน (อฟ 6.12)

 

โดยเหตุที่อุปนิสัยของคนในยุคสุดท้ายเปลี่ยนไป  พระคัมภีร์ใช้คำว่าชั่วร้ายมากขึ้น  มนุษย์ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางใหญ่ ขาดความรัก การให้อภัย  เย่อหยิ่ง กลายเป็นคนบูชาวัตถุและตามกระแสโลก ไม่รักษาความบริสุทธิ์ ยึดถือพระเจ้าแต่เปลือกนอก (2 ทธ 3.1-5)  ชีวิตคริสเตียนเราถูกท้าทายจากโลกเสมอ และเป็นความเคยชินของบาปในตัวเราที่จะคล้อยไปกับมัน  การเฝ้าระวังของพระเยซูจึงหมายรวมถึงการเฝ้าติดตามชีวิตของตนเอง ระวังอย่าให้ใจของเราจมอยู่ในความสนุกสนานบันเทิงของโลก เพราะเวลานั้นจะมาไม่คาดหมาย (ลก 21.34) เหมือนน้ำท่วมโลกในขณะที่ผู้คนมัวสาละวนกับการกินอยู่ (มธ 24.39), เหมือนเจ้าบ่าวมาแล้วประตูบ้านงานก็ปิดลง เป็นการปิดตาย (มธ 25.1-13),  เหมือนนายที่กลับมาเพื่อชำระความบ่าว (ลก 12.42-46),    พระเจ้าทรงพอพระทัยที่จะเห็นคนชั่วหันกลับมาทางชอบธรรมและมีชีวิตอยู่  (อสค 33.11)   การเฝ้าระวังจึงมีผลสืบต่อไปถึงการละนิสัยบาปและกลับใจเริ่มต้นชีวิตใหม่  อ.เปาโลได้หนุนใจทิโมธีว่า ถ้าผู้ใดชำระตนให้พ้นจากสิ่งไร้ค่า เขาก็จะเป็นภาชนะอันทรงเกียรติ  มีประโยชน์สำหรับองค์เจ้านาย และถูกเตรียมไว้พร้อมเพื่อจะทำการดี (2 ทธ 2.21)

 

ประการสุดท้ายที่เราพบในพระคัมภีร์คือ จงอธิษฐานให้เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เกิดในฤดูหนาว (มก 13.18) หมายความว่าให้เราจะไม่ต้องเผชิญกับสิ่งเลวร้ายหลายๆอย่างพร้อมๆกันจนเรารับไม่ไหว  พระคัมภีร์บันทึกว่าความทุกข์เข็ญที่เกิดขึ้นรุนแรง แต่ไม่รุนแรงเกินกว่าคนที่เฝ้าระวังจะรับไม่ไหว (มธ 24.22) เพราะพระเจ้าทรงเห็นแก่เราที่เฝ้าระวังด้วยการอธิษฐาน   การอธิษฐานและการวิงวอนทุกรูปแบบ (ได้แก่การถือศีลอดอาหาร) เป็นยุทธวิธีที่ระบุว่าต้องใช้ควบคู่กับการสวมยุทธภัณฑ์ของพระเจ้า (อฟ 6.18) จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้  แม้ว่าเราจะพร้อมทั้งฝ่ายร่างกายและจิตด้วยการสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าแล้วก็ตาม แต่กำลังที่จะต่อสู้มาจากที่ใดเล่า การอธิษฐานเป็นการแสดงเจตจำนงค์มอบชีวิตทั้งหมดให้พระเจ้าเป็นผู้นำ  เราเป็นผู้ต่อสู้กับมารกระนั้นหรือ  เปล่าเลย  พระวิญญาณของพระเจ้าที่อยู่ในเราต่างหากเป็นผู้ที่สู้กับมาร (มก 13.11)

 

ผมเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อเตือนสติ อย่าตกใจจนขาดสติเมื่อได้รับข่าวลือ และอย่าตกเป็นเครื่องมือของมารช่วยมันกระพือข่าวลือออกไป ให้แผ่นคำพยากรณ์ที่มาถึงเราเป็นสัญญาณเตือนว่าเวลาแห่งความบันเทิงในโลกนี้สำหรับเราสิ้นสุดลงแล้ว เราต้องระมัดระวังในการดำเนินชีวิตมากขึ้น  เนื้อหาของคำพยากรณ์ไม่ได้มีอะไรสำคัญกว่ากว่าคำตรัสของพระเยซูเมื่อสองพันปีมาแล้ว  พระวจนะของพระเจ้าเท่านั้นที่แน่นอน เป็นความจริงและดำรงเป็นนิตย์เป็นสิ่งเดียวที่เราต้องยึดถือ  การอธิษฐานเผื่อตนเอง คนรอบข้างและประเทศชาติเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำกันเป็นกิจวัตรอยู่แล้วไม่ใช่รอจนภัยมาถึงก่อน   ให้เราหันมาใส่ใจกับ การหันกลับและชำระตนให้บริสุทธิ์ มากกว่าเนื้อหาสาระของสิ่งที่เราไม่รู้ที่มาที่ไปและพิสูจน์ไม่ได้  เพื่อเราจะสูงค่าปราศจากตำหนิพร้อมเป็นประโยชน์ให้พระผู้เป็นเจ้าจะทรงใช้และเพื่อพระนามของพระองค์ไม่ดีกว่าหรือ

 

หมายเหตุ:

1) โลกแต่เดิมคานกันด้วยขั้วอำนาจระหว่างโลกเสรีที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำกับคอมมิวนิสต์ซึ่งมีสหภาพโซเวียตรุสเซียเป็นผู้นำ   ระบอบคอมมิวนิสต์ได้ล่มสลายไปพร้อมกับการแตกสลายของรัสเซียเนื่องจากปรัชญาการปกครองดังกล่าวไม่อาจเสนอความเท่าเทียมกันให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง   แม้กระทั้งจีนซึ่งอยู่ในระบอบคอมมิวนิสต์มานานยังแปรพักตร์ลดความเข้มงวดลงเป็นระบอบสังคมนิยมในทศวรรษที่ผ่านมา   การก้าวกระโดดของจีนบ่งบอกชัดเจนว่ารัฐบาลคอมมิวนิสต์บริหารโดยใช้ระบบทุนนิยมจนจีนเป็นประเทศที่มีเงินสำรองระหว่างประเทศเป็นลำดับหนึ่งของโลกแทนประเทศญี่ปุ่น  ตลาดหุ้นป็นอีกตัวแทนหนึ่งของทุนนิยมอย่างชัดเจน  ลูกค้ารายใหญ่ที่มาชีอปสินค้าแบรนด์เนมในฮ่องกงหาใช่ใครอื่น แต่เป็นชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่  ผมไม่ถือว่าเป็นขั้วอำนาจของเสรีนิยมและคอมมิวนิสต์อีกต่อไป  แต่เป็นขั้วอำนาจที่คานกัน ชิงไหวชิงพริบทางเศรษฐกิจแบบทุนเพื่อแย่งชิงทรัพยากร, แหล่งพลังงาน, แหล่งน้ำและอาหาร  โลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าถูกผลักให้เลือกฝ่าย  ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเพื่อรวมกลุ่ม  ถ้ามองให้ดีจะเห็นว่าการประชุมหลายครั้งจีนเข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์  การลงทุนอย่างมหาศาลของเกาหลีและญี่ปุ่นในภูมิภาคนี้ทำให้ทั้งสองประเทศไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องเข้ารวมกลุ่มกับจีนเพื่อแบ่งชิ้นเค็กและปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง  ภาพเหล่านี้ไม่ต่างกับการรวมหลายๆรัฐของอเมริการ่วมกับประเทศคานาดา  หรือการรวมเป็นหนึ่งของกลุ่มสหภาพยุโรป  การสงครามทุกวันนี้อาจไม่ใช่การจับอาวุธเข้าห้ำหั่น แต่เป็นการครอบงำทางวัฒนธรรม, กระบวนการทางความคิด, และแบบแผนการดำเนินชีวิต (life style)  คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้แอ๊บเปิล ไม่ได้ใช้ไมโครซอฟต์ ไม่มีอีเมล์แอดเดรส ไม่เคยใช้กูเกิล  ใช้แผนที่ดาวเทียมซึ่งถือเป็นการจารกรรมข้อมูล  ใช้บัตรเครดิตวีซ่า มาสเตอร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีการซื้อขายฐานข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจ  สงครามทุกวันนี้เป็นการทำสงครามบนโต๊ะเจรจา ผู้ได้เปรียบคือผู้ที่รู้ข้อมูลของอีกฝ่ายหนึ่งและเตรียมตัวมาพร้อมกว่า  ส่วนใต้โต๊ะเจรจาเป็นการสนับสนุนงบทางการทหารและงบอื่นๆที่ไม่เปิดเผย  อำนาจการต่อรองของอาเซียนจะมีสูงกว่านี้หากไม่มีเรื่องลับๆระหว่างจีนกับพม่าและกัมพูชา  สำหรับผมแล้วไม่ว่าจะเป็นขั้วอำนาจใดที่ปฏิเสธพระเยซูคริสต์ก็เป็นเครื่องมือของมารได้ทั้งสิ้น  หลายอย่างทำให้ผมเชื่อว่าท้ายสุดแล้ว  … จะเป็นแอนตี้ไครสต์อย่างแน่นอน แล้วคุณคิดว่าใครล่ะคืออุปสรรค  อย่าให้ตัวเราเป็นโดยที่เราไม่รู้ตัวก็แล้วกัน

 

2) ผมเชื่อว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18  เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ยุคสุดท้ายของมนุษยโลก จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมใหญ่เริ่มจากในประเทศอังกฤษแพร่ขยายไปทั่วยุโรปและข้ามไปฝั่งทวีปอเมริกาเหนือ   ภายหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม วิทยาการต่างๆของโลกก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น  มีการใช้ฮอร์โมนและยาเพิ่มเพิ่มผลผลิต,  เคมีต่างๆพัฒนาเพื่อประโยชน์ใช้ในสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ผงซักฟอก โลชั่น หรือแม้แต่อาวุธเคมีที่ใช้ห้ำหั่นกันในสงครามโลกกลายมาเป็นยากกำจัดศัตรูพืช,  ยาและวัคซีนต่างๆได้รับการพัฒนาจนชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น   อุตสาหกรรมรถยนต์  วิศวกรรมการบินเกิดขึ้น,  รถไฟกระสุนเกิดขึ้น, พลาสติกถูกนำมาแทนที่วัสดุทุกชนิด  มันถูกใช้ทดแทนกระดาษ หนัง หรือแม้กระทั่งเหล็ก  วัสดุศาสตร์ต่างๆได้รับการพัฒนาจนมนุษย์สามารถสร้างตึกสูงได้นับร้อยชั้น,  มนุษย์ขึ้นไปรอบวงโคจรโลก เราส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์ เราส่งยานอวกาศออกไปสำรวจสุริยจักรวาล,  ชีวิตประจำวันของเราเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง  เราถอดรหัสพันธุกรรมของอมนุษย์ได้สำเร็จนำไปสู่การพัฒนาสุขชีวิต  นำไปสู่การสร้างโคลนจำลองตนเอง และหวังว่าเผ่าพันธุ์ของเราจะเป็นอมตะ,  เมื่อความเจริญมาถึง มนุษย์ก็หยิ่งผยองคิดว่าเราเท่าเทียมพระผู้เป้นเจ้า  ความเจริญมาถึงจุดที่เราไม่ต้องการพระเจ้าอีกต่อไป ประเทศคริสเตียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเพื่อทุกคนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา  แต่ประเทศพุทธและมุสลิมประกาศขีดวงให้ศาสนาดังกล่าวเป็นศาสนาประจำชาติ  นับว่าที่ยืนของคริสเตียนเหลือน้อยลงเต็มที   ในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมเช่นเดียวกันนี่เองที่กำเนิดพี่น้องตระกูลเวสลีย์นำไปสู่คณะเมโธดิสต์ในสหราชอาณาจักร  การประกาศพระกิตติคุณเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางจนกระทั่งฮัดสันเทย์เลอร์ก่อตั้งคณะโอเอ็มเอฟนำพระกิตติคุณไปสู่แผ่นดินจีนในปี 1865  เมื่อข่าวประเสริฐแพร่ไปจนสุดขอบโลกด้านตะวันออก  หมายความว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาเต็มที่ที่ใบมะเดื่อจะผลิจนเต็มต้น  เราอยู่ในช่วงปลายของยุคสุดท้ายเต็มที  สิ่งที่น่าสังเกตอีกประการคือลัทธิของมาร์กซ์ (พื้นฐานแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์) ซึ่งเป็นปรัชญาที่ต่อต้านระบบเศรษฐกิจและสังคมแบบทุนเสรีได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมและการเริ่มส่งมิชชันนารีไปสู่ซีกโลกตะวันออก  ซาตานมีปฏิกิริยาในการตอบกลับที่ฉับไวเช่นกัน  เมื่อหมดยุคของความคิดแบบคอมมิวนิสต์ โลกแบบโลกาภิวัฒน์น่าจะเป็นยุทธวิธีใหม่ของมัน

ไม่มีการตอบรับ to “ข่าวลือ”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s