Stories of my daily blessings
Just another WordPress.com site

How Great Thou Art

 

พระเจ้ายิ่งใหญ่ เป็นบทเพลงชีวิตคริสเตียนที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมาทุกยุคทุกสมัย  แม้เมื่อดนตรีคริสตจักรเข้ามาสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงไม่ผิดกับการพลิกฝ่ามือ  เพลงนี้เป็นเพียงไม่กี่บทเพลงที่ยังเป็นที่นิยมและอยู่ได้ในดนตรีคริสตจักรยุคใหม่    คาร์ล กุสตาฟ โบเบิร์ก Carl Gustav Boberg (1859-1940) เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้องในปี 1885   และได้แปลเป็นภาษาอังกฤษโดยมิชชันารี สจ๊วต ไฮน์ Stuart K. Hine ในเวลาต่อมา   ในปี 2001 ได้รับคะแนนเสียงให้เป็นเพลงชีวิตคริสเตียนยอดนิยมลำดับที่สองในประเทศอังกฤษ (เพลงพระคุณพระเจ้าเป็นลำดับที่ได้รับความนิยมสูงสุด)

 

โบเบิร์ก เขียนเพลงนี้เป็นบทกวีชื่อว่า O Store Gud ในภาษาสวีดิช หรือ O Great God ซึ่งมี 9 บท   แรงบันดาลใจสืบเนื่องมาจากวันหนึ่งที่ท่านได้เดินกลับจากโบสถ์แห่งหนึ่งใกล้ๆ Kronoback เพื่อกลับบ้านที่อยู่ใกล้กับอ่าว Monsteras  ในระหว่างทางนั้นเองท้องฟ้ายามบ่ายที่แจ่มใสได้เกิดฟ้าแลบเป็นสาย  ลมพัดอู้ข้ามเนินหญ้าและทุ่งข้าวสาลี  ฟ้าคำรามเสียงดังก้องพร้อมกับฝนกระหน่ำลงมาให้ความเย็นฉ่ำ  และเกิดรุ้งกินน้ำพาดข้ามขอบฟ้าหลังพายุฝนเล็กๆนั้นสงบลง ฟ้ากลับมาใสเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เมื่อโบเบิร์กกลับมาถึงบ้าน เขาเปิดหน้าต่างออก  ผืนน้ำของอ่าว Monsteras ที่อยู่เบื้องหน้าราวกับกระจกใส   อีกด้านหนึ่งเป็นป่า เสียงนกร้องและเสียงระฆังจากโบสถ์เป็นทำนองเพลง  ‘When eternity’s clock calling my saved soul to its Sabbath rest.’ ดังแว่วมา พระธรรมสดุดีบทที่ 8 พระสิริของพระเจ้าและเกียรติของมนุษย์  ปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิดและเขาลงมือเขียนบทกวี O Store Gud ที่ลือลั่นมากระทั่งวันนี้   โบเบิร์กตีพิมพ์บทกวีของเขาเป็นครั้งแรกใน Monsteras Tidningen (Monsteras News) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 1886   บทกวีของโบเบิร์กสามารถเข้ากับทำนองเพลงพื้นเมืองสวีดิช และเริ่มใช้ในโบสถ์ประจำเมือง Varmland เป็นครั้งแรกในปี 1888 โดยตีพิมพ์ในหนังสือเพลงในปี 1890 รวม 8 บท

 

อี. กุสตาฟ จอห์นสัน ได้แปลบทกวี O Store Gud ในบทที่ 1, 2, และ 7-9 ไว้ในหนังสือเพลง Covenant Hymnal ในปี 1925  ผมไม่สามารถหาทั้ง 9 บทที่เขาแปลไว้ได้นอกจากที่อยู่ในหนังสือ Covenant Hymnal ในชื่อ  O Mighty God

1) O mighty God, when I behold the wonder
Of nature’s beauty, wrought by words of thine,
And how thou leadest all from realms up yonder,
Sustaining earthly life with love benign,

Refrain:
With rapture filled, my soul thy name would laud,
O mighty God! O mighty God! (repeat)

2) When I behold the heavens in their vastness,
Where golden ships in azure issue forth,
Where sun and moon keep watch upon the fastness
Of changing seasons and of time on earth.

3) When crushed by guilt of sin before thee kneeling,
I plead for mercy and for grace and peace,
I feel thy balm and, all my bruises healing,
My soul is filled, my heart is set at ease.

4) And when at last the mists of time have vanished
And I in truth my faith confirmed shall see,
Upon the shores where earthly ills are banished
I’ll enter Lord, to dwell in peace with thee.

สจ๊วต เวสลีย์ คีน ไฮน์ มิชชันนารีชาวอังกฤษซึ่งทำงานในยูเครนในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2   ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกจากคำแปลภาษารัสเซีย  เขาได้แปลเนื้อเพลงใหม่ในชื่อ How Great Thou Art   ท่านได้รับแรงบันดาลใจจึงได้แปลงเนื้อบางตอน รวมถึงเขียนใหม่บางบทเป็นภาษารัสเซีย เพลงท่อนที่สามเป็นบทที่ไฮน์เขียนขึ้นใหม่ซึ่งใช้กันในหนังสือเพลงชีวิตคริสเตียนในปัจจุบัน    นับแต่นั้นมา How Great Thou Art ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ บ้างดัดแปลงและเขียนเพิ่มทั้งจากไฮน์และท่านอื่นๆ  ในการพิมพ์หนังสือเพลงแต่ละครั้งมีการตัดบางข้อออกเพื่อความเหมาะสมแก่สถานการณ์ และวิวัฒนาการของภาษา  และกลายมาเป็นเพลง พระเจ้ายิ่งใหญ่ How Great Thou Art ในทุกวันนี้

How Great Thou Art

1) O Lord my God, When I in awesome wonder,
Consider all the worlds Thy Hands have made;
I see the stars, I hear the rolling thunder,
Thy power throughout the universe displayed.

Refrain: Then sings my soul, My Saviour God, to Thee,
How great Thou art, How great Thou art.
Then sings my soul, My Saviour God, to Thee,
How great Thou art, How great Thou art!

2) When through the woods, and forest glades I wander,
And hear the birds sing sweetly in the trees.
When I look down, from lofty mountain grandeur
And see the brook, and feel the gentle breeze.

3) And when I think, that God, His Son not sparing;
Sent Him to die, I scarce can take it in;
That on the Cross, my burden gladly bearing,
He bled and died to take away my sin.

4) When Christ shall come, with shout of acclamation,
And take me home, what joy shall fill my heart.
Then I shall bow, in humble adoration,
And then proclaim: "My God, how great Thou art!"

 

ผมได้มีโอกาสดูการถ่ายทอด KPN award 2010 เมื่อปลายสัปดาห์ก่อนครั้งหนึ่ง และได้เห็นข่าวรอบชิงชนะเลิศ  มีนักร้องท่านหนึ่ง เอกพันธ์ วรรณสุทธิ์ ที่ผมสะดุดจากหน้าตาและทรงผมเข้ารอบนี้ด้วย และที่ยิ่งสะดุดคือเขาเลือกเพลง How Great Thou Art เป็นเพลงแข่งขันในรอบสุดท้ายนักร้องแห่งประเทศไทย   นั่นคือที่มาของเพลงในวันนี้  หลายครั้งเมื่อผมมีโอกาสร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าบทนี้ ผมร้องด้วยความเต็มตื้นในหัวใจและตัวสั่นด้วยคร้ามเกรง  เพราะพระคัมภีร์พูดว่าพระองค์ทรงยิ่งใหญ่เหลือเกิน และตัวเราก็เล็กจนดูเหมือนไม่มีตัวตนในสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง  แต่พระเจ้ากลับยกให้มนุษย์ต่ำกว่าพระเจ้าหน่อยเดียวและสวมศักดิ์ศรีกับเกียรติให้แก่เขา (สดด 8.5)  มนุษย์เป็นผู้ใดที่พระองค์ใส่ใจระลึกถึง ให้เกียรติและทรงเยี่ยมเยียน  เราอาจไม่ทราบหรือถูกโลกนี้ทำให้หลงไปจากความจริงนี้  แท้จริงแล้วในความเห็นของพระเจ้านั้นเรามีค่าสูงยิ่ง  สูงจนกระทั่งพระเจ้ายอมไถ่ชีวิตเราทุกคนด้วยชีวิตพระบุตรองค์เดียวของพระองค์

 

นักร้องท่านนี้ถนัดแนว gospel  ก่อนหน้านั้นเขาได้เลือกเพลง พระองค์ทรงเลี้ยงนกน้อยใหญ่ His eye is on the sparrow ในการแข่งขันรอบคัดเลือก  มีคำถามว่าเขาเป็นคริสเตียนหรือไม่และมีหลายเสียงเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น   นักร้องที่เข้าประกวดในคืนนั้น ทุกคนต่างมุ่งสร้างความประทับใจและเรียกคะแนนจากพลังเสียงและเทคนิคต่างๆ จนทำให้เพลงขาดความไพเราะ ในการประกวดหลายเวทีที่ผ่านมา ผู้ชนะเลิศไม่ใช่ผู้ที่ทำการแสดงได้ดีที่สุด แต่เป็นผู้ที่มีหน้าตา ความสามารถตรงกับความต้องการของตลาดมากที่สุด  นี่เป็นเวทีหนึ่งที่ตัดสินผู้ชนะเลิศจากความสามารถ  เด็กหนุ่มวัยเพียง 18 ปี ร่างเล็ก หน้าตาใสซื่อแบบหนุ่มอีสาน ผิวคล้ำ ผมหยิกฟู  สิ่งนี้เตือนสติผมได้เป็นอย่างดีว่า พระเจ้าไม่ได้ทรงมองคนที่หน้าตา รูปร่าง เฟอร์นิเจอร์ครบครันภายนอก หรือเพียงกิริยาที่แสดงออกเฉพาะเบื้องหน้า หรือประสพการณ์ หรืออายุ หรือชาติวุฒิใดๆ แต่ทรงมองคนที่ใจเพียงอย่างเดียว 

 

ในเวทีการประกวดระดับชาติของไทยเรา ยังไม่เคยมีนักร้องท่านใดนำเอาเพลงศาสนามาใช้เป็นเพลงแข่งขัน   เขาเป็นผู้ใดหนอจึงกล้าทำเช่นนั้น  เพลงสรรเสริญพระเจ้าไม่ใช่เพลงที่ร้องเล่นๆเพื่อโชว์  แต่ผู้ร้องต้องมีใจร้องสรรเสริญพระเจ้าด้วย    แม้ว่าการแสดงของเขายังมีจุดที่บกพร่องปรากฏชัดเจนบางอย่าง แต่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 20 ท่านในวันนั้นมีมติให้เขาเป็นนักร้องชนะเลิศแห่งประเทศไทยถ้วยรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า ไม่ว่ามีความเชื่อมากน้อยเพียงใด  หากดำรงไว้ซึ่งความเชื่อที่ว่าพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่เชื่อว่าพระองค์ประทานเกียรติให้กับเราด้วยโลหิตของพระเยซูบนไม้กางเขนแล้ว ให้เรารักษาเกียรติที่พระองค์ทรงประทานไว้  รางวัลแห่งชีวิตคือความรอดจะเป็นของเราตลอดไป  

 

วันนี้ผมเลือก How Great Thou Art ฉบับของ Crystal Lewis หนึ่งในศิลปิน Gospel vocalist มาฝาก  ดนตรีประกอบสุดเร้าใจแนวเมทัล  เดี๋ยวจะหาว่าผมฟังเป็นแต่คลาสิก

Quote

YouTube – How great thou art
  

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “How Great Thou Art”

  1. ขอบคุณพระเจ้าจริงๆสำหรับบทเพลงที่ไพเราะและความหมายดีๆ ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักความรักของพระเจ้า ความรักที่ยิ่งใหญ่ ช่วยกันนะครับ อย่าให้พวกเค้ามองข้ามรักที่ยิ่งใหญ่นี้ไป ขอพระเจ้าเสริมกำลังนะครับ จาก อี้ คจ. พระคุณเต้มล้นเชียงใหม่


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s