Stories of my daily blessings
Just another WordPress.com site

อย่าวิตกจนเกินกว่าเหตุ

สองสามวันที่ไม่มีรถใช้ ผมมีโอกาสได้เดินเช้าไปเย็นกลับอยู่เพียงวันเดียว  วันอื่นๆผมมีเวลาเดินเพียงเช้าหรือเย็นเท่านั้น   และผมไม่คาดว่าร้านรวงและธุรกิจขนาดเล็กในซอยบ้านผมมีจำนวนร้านมากกว่าที่ผมเห็นในตอนแรกกว่า เท่าตัว  ธุรกิจแบบที่เห็นนี้เลี้ยงชีพได้เรื่อยๆ  ไม่ทำกำไรมากแต่ก็ไม่เจ๊งไม่อดตาย  ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าเมื่อผมเกษียณอายุงานไปแล้วจะทำอะไรดี  บางคนบอกว่าผมมีความสามารถพิเศษเรื่องการถ่ายทอด ผมน่าจะไปสอนหนังสือหรือไปเห็นที่ปรึกษา  ผมมักจะหัวเราะและถามย้อนกลับว่ามีใครรู้จักผมสักกี่คนที่จะมาชวนผมไปทำงานด้วย  เรื่องราวของพรุ่งนี้เป็นสิ่งที่เราอวดอ้างไม่ได้ แต่พระเจ้าให้เราเลือกว่าเราจะเป็นอะไรและพึ่งพาฝากไว้กับพระองค์

 

คนเป็นโสดโดยเฉพาะเพศหญิงจะหวั่นไหวกับอนาคตมากกว่าผู้ชายและต้องการเพื่อนร่วมชีวิต  ผู้ใหญ่หลายคนย้ำกับผมบ่อยๆว่าควรหาคู่เมื่อแก่ตัวจะได้ไม่ลำบาก จะได้มีบุตรหลานคอยดูแล  คำตอบที่ผมตอบตัวเองคือผมไม่อยากหาภาระใส่ตัวเพิ่มกว่าที่มีอยู่ทุกวันนี้ ลำพังจะดูแลตัวเองก็เป็นภาระพอแล้ว  และผมก็ไม่หวังว่าจะมีลูกเพื่อมาดูแลผม สังคมทุกวันนี้ชัดเจนขึ้นทุกวันว่าลูกแยกครอบครัวออกไปและทิ้งพ่อแม่    ผมเห็นตัวอย่างจากพี่สาวของผมที่วันๆมีแต่หนังสือ  เขาอ่านหนังสือเยอะมากๆเช่นเดียวกับผมและไม่เคยมีเวลาว่างให้คิดสิ่งที่ไร้สาระ  แม่ของผมก็เป็นอีกตัวอย่างที่ผมเห็นว่าไม่หยุดนิ่ง  แม่จะทำงานเล็กๆน้อยๆกวาดใบไม้ ถอนหญ้า ซักผ้าเอง  หากไม่อ่านหนังสือก็ทำการฝีมือ ปักผ้าถักไหมพรม ดูหนัง เล่นจิ๊กซอว์  หนังสือชุดเช่นแฮรี่ พอตเตอร์ หนังสือของแดนบราวน์ และหนังสือแปลอื่นๆ แม้กระทั่งหนังสือท่องเที่ยวสู่โลกกว้างที่ผมใช้วางแผนการเดินทางแม่ก็นำมาอ่าน  แม่อนุพันธ์ที่โบสถ์ของผมมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของผม  ในวัย 86 ปี แม่อนุพันธ์ใช้เวลาไปเรียนพระคริสตธรรมจนได้ปริญญาโทมาหนึ่งใบ  เดินทางไปนมัสการพระเจ้าที่โบสถ์ในวันอาทิตย์ วันพุธและวันศุกร์  ใช้เวลาระหว่างสัปดาห์ในการไปเยี่ยมเยีนหนุนใจคนอื่น  คนที่อยู่รอบตัวผมทำให้ผมรู้ว่าผมมีอะไรให้ทำอีกเยอะอย่างไม่ต้องกลัวว่าจะเหงา  ผมอยากไปบุกเบิกคริสตจักรใหม่ๆ  อยากสอนวิทยาศาสตร์เด็กประถมในชนบทที่ห่างไกล  ผมยังมีความอยากอีกมากมาย

 

 

Tips:

หากคนเราว่างเกินไปมักฟุ้งซ่าน กลัวโน่นกลัวนี่  ลองเปลี่ยนทรรศนะและมุมมองในการดำเนินชีวิตจากการใส่ใจกับความต้องการของตนเองเป็นความใส่ใจต่อคนอื่นและสิ่งรอบตัวให้มากขึ้น   ปัญหายังคงมีอยู่เช่นเดิมไม่ได้หายไปไหน แต่ท่าทีในการเผชิญปัญหาต่างหากที่เปลี่ยนไป จากการตั้งรับเพราะความกลัวความวิตกกังวลเป็นการคิดในแนวรุก   ความทุกข์จากการไม่พอใจในความอ่อนแอของตัวเองจะเปลี่ยนเป็นความสุขที่ได้ให้และเห็นคนอื่นมีความสุข   เป้าหมายของชีวิตไม่ได้อยู่ที่เกิดมาเพื่อรับ และก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อโดดเดี่ยวไม่เอาสังคม แต่อยู่ที่เกิดมาเพื่อให้

 

พระเยซูตรัสว่า พระองค์ไม่ได้มาเพื่อให้คนมาปรนนิบัติ แต่มาเพื่อรับใช้คนทั้งปวง และทรงให้แม้กระทั่งชีวิตของพระองค์เพื่อเป็นค่าไถ่บาป (มธ 20.28)  เป้าหมายของมนุษย์ตามศาสนศาสตร์นี้คือการให้โดยแท้ ตราบใดที่เรายังสามารถเป็นผู้ให้  เรายังเป็นคนที่มีคุณค่า พระคัมภีร์สอนให้เรา อย่าเสาะหาว่าจะกินอะไรดีหรือจะดื่มอะไร และอย่ามีใจกังวลว่าจะขาดเหลือสิ่งใด  เพราะว่าคนที่บูชาภูตผีทั่วโลก (pagan world) เสาะหาสิ่งของบำรุงบำเรอร่างกาย  พวกเขาต่างบ้าวัตถุ  แต่ว่าพระบิดาของท่านทั้งหลายทรงทราบแล้วว่าท่านต้องการบางสิ่งที่จำเป็นเหล่านี้   สิ่งที่คริสเตียนที่พึ่งพาพระเจ้าสูงสุดคือการแสวงหาการหลุดพ้นได้รับการยกบาปเพื่อจะได้ครอบครองแผ่นดินของพระเจ้าและดำรงชีวิตในโลกนี้อย่างชาวสวรรค์  แน่นอนว่าสิ่งที่ท่านจำเป็นนั้นจะทรงประทานให้เช่นกันไม่ขาดเลย   ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันมีเรื่องทุกข์มากพออยู่แล้ว  ซึ่งจะนำเรื่องของพรุ่งนี้และอนาคตข้างหน้ามากังวลให้ทับถมหนักขึ้นไปอีกย่อมไม่เกิดประโยชน์ใดๆ (มธ 6.31-34)  นอกจากนี้คริสเตียนยังได้ถูกสอนให้เรียนรู้จักการดำเนินชีวิตแบบไม่บ่นถึงเรื่องความขัดสน แต่ให้เรียนรู้จักการพอใจตามฐานะที่มี  แม้สักวันหากเราต้องเผชิญกับความตกต่ำ หรือมีฐานะวาสนาดีขึ้นมาก็ต้องรู้จักวางตัวให้เหมาะสม  ในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเรามีพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่คอยหนุนกำลังเราอยู่นั่นเอง

 

ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า (ฟป 4.13)

 

Thanks:

ขอบคุณพระองค์ที่ไม่ฟุ้งซ่านบ่อยๆ 

ขอบคุณพระองค์สำหรับการทำ MRI ที่เสร็จรวดเร็วและได้ใช้เวลากับแม่นอกบ้าน  โอกาสเช่นนั้นมีไม่มาก

 

Basket:

1) วันหยุดผมยาแนวกระเบื้องห้องน้ำใหม่  ทำให้ห้องน้ำดูสะอาดตาขึ้นมาอย่างประหลาด แต่มือของผมแห้งลอกเพราะปูนกัด

2) กราบอาลัยแด่อ.ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ

3) เมื่อคืนพาแม่เที่ยวเซ็นทรัลเวิร์ล ได้ชุดปักครอสติช

ไม่มีการตอบรับ to “อย่าวิตกจนเกินกว่าเหตุ”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s