Stories of my daily blessings
Just another WordPress.com site

ที่สุดของชีวิต

วันนี้ขี้เกียจเป็นอย่างหนัก  ง่ายดีถ้าใช้วิธีคัดลอกเอาจากเมล์ที่ส่งต่อกันมา  ในเมล์เขาเล่าว่า มีรายการสัมภาษณ์หนึ่งชั่วโมงของสถานีโทรทัศน์ CNBC สัมภาษณ์ วอร์เรน บุฟเฟต์ (Warren Bufffett)  มหาเศรษฐีอันดับสองของโลกรองจากบิล เกตส์    แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าปีใด แต่บอกว่าเขาเคยบริจาคเงินให้การกุศล 31,000 ล้านดอลล่าร์

ต่อไปนี้คือแง่มุมบางส่วนที่น่าสนใจยิ่งจากชีวิตของเขา  และผมจะใช้หมึกสีน้ำเงินเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นของผม

1) เขาเริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ขวบ และปัจจุบันบอกว่ารู้สึกเสียใจที่เริ่มช้าไป!   นับว่าโตเร็วกว่าเด็กไทย  รู้ว่าตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากธนาคารธรรมดา   เมื่อคิดว่าเสียใจที่เริ่มช้าไปหากมองในแง่บวกคือน่าจะมีความคิดที่พัฒนาเร็วกว่านั้น
2) เขาซื้อไร่เล็กๆ เมื่ออายุ 14 โดยใช้เงินเก็บจากการส่งหนังสือพิมพ์    วอร์เรนได้ใช้เวลาในวัยรุ่นอย่างคุ้มค่า  เขาน่าจะได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากงาน ทั้งในเรื่องของความรับผิดชอบต่อตนเอง  สินทรัพย์หลายอย่างไม่น่าลงทุน ไม่ว่าจะเป็นรถ เป็นเครื่องเพชร อาคาร เพราะมันเสื่อมราคาลงตามกาลเวลา มีแต่ที่ดินเท่านั้นที่มูลค่าของมันจะเพิ่มพูนขึ้นหากอยู่ในทำเลที่เหมาะสม
3) เขายังอาศัยอยู่ในบ้านเล็กหลังเดิมขนาด 3 ห้องนอน กลางเมืองโอมาฮา ที่ซื้อไว้หลังแต่งงานเมื่อ 50 ปีก่อน เขาบอกว่ามีทุกสิ่งที่ต้องการในบ้านหลังนี้ บ้านเขาไม่มีรั้วหรือกำแพงล้อม   
ผมนึกถึงประโยคหนึ่งที่กล่าวว่า house is made of brick and stone but home is made of heart alone  ซึ่งน่าจะตรงกับภาษาไทยที่ว่า คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก

4) เขาขับรถไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ไม่มีคนขับรถหรือคนคุ้มกัน   
คนที่มีจิตใจดีงาม มีทรรศนะในเชิงบวก และเผื่อแผ่ถึงคนอื่นเขาไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาทำร้ายหรือแก้แค้น  เขาน่าจะใช้ความอ่อนโยนของจิตใจเป็นเกราะป้องกันภัย

5) เขาไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว แม้จะเป็นเจ้าของบริษัทขายเครื่องบินส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

6) บริษัท เบิร์กไช แฮทะเวย์ ของเขามีบริษัท   ในเครือ 63 บริษัท  เขาเขียนจดหมายถึงซีอีโอ (CEO chief executive officer, หัวหน้าผู้บริหาร) ของบริษัทเหล่านี้เพียงปีละฉบับเดียว เพื่อให้เป้าหมายประจำปี  เขาไม่เคยนัดประชุม หรือโทรคุยกับซีอีโอเหล่านี้เป็นประจำ

7) เขาให้กฎแก่ ซีอีโอ เพียงสองข้อ กฎข้อ 1 อย่าทำให้เงินของผู้ถือหุ้นเสียหาย  กฎข้อ 2 อย่าลืมกฎข้อ 1

8 ) เขาไม่สมาคมกับพวกไฮโซ การพักผ่อนเมื่อกลับบ้าน คือทำข้าวโพดคั่วกินและดูโทรทัศน์   ดูข้อที่ 3   แถมกินอย่างสมถะอีกด้วย  หากดูรูปของเขาจะเห็นว่าหุ่นยังดีอยู่แม้วัยจะล่วงเลยมาถึง 77 ปี

9) บิล เกตส์ คนที่รวยที่สุดในโลก เพิ่งพบเขาเป็นครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน บิล เกตส์คิดว่าตนเองไม่มีอะไรเหมือนวอร์เรนเลย จึงให้เวลานัดไว้เพียงครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อบิล เกตส์ได้พบบุฟเฟต์จริงๆ ปรากฏว่าคุยกันนานถึงสิบชั่วโมง และบิล เกตส์กลายเป็นผู้มีศรัทธาในตัววอร์เรน บุฟเฟต์

10) วอร์เรน บัพเฟตต์ ไม่ใช้มือถือ และไม่มีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน   
นับว่าเป็นนายของตัวเองดีแท้  สามารถใช้สมาธิในการใช้ปัญญาได้อย่างเต็มที่  มองในอีกแง่มุมหนึ่ง เขามี CEO ที่เก่งๆและไว้ใจได้ถึง 63 คน  ยังมีอะไรที่เขาจะกังวลใจอีก  หากขาดซึ่งความไว้วางใจแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมีลูกน้อง

11) เขาแนะนำเยาวชนคนหนุ่มสาวว่า : จงหลีกห่างจากบัตรเครดิตและลงทุนในตัวคุณเอง   การหลีกห่างจากบัตรเครดิตเป็นการตัดเส้นทางไม่ให้นำเงินในอนาคตมาใช้  คนแปลประโยคถัดไปสร้างปัญหาให้กับผมขบคิด ว่าให้หลีกห่างจากลงทุนในตัวเองเช่นนั้นหรือ  หรือว่าให้หลีกห่างจากบัตรเครดิตแต่นำเงินในอนาคตนั้นมาลงทุนให้ตัวเอง 

ที่สุดของชีวิต คือ มีปัจจัย ๔ อย่างเพียงพอนั่นเอง

มหาเศรษฐีหรือยาจก กินข้าวแล้วก็อิ่ม 1 มื้อ เท่ากัน
มหาเศรษฐีหรือยาจก มีเสื้อผ้ากี่ชุด ก็ใส่ได้ทีละชุด เท่ากัน
มหาเศรษฐีหรือยาจก มีบ้านหลังใหญ่แค่ไหน พื้นที่ที่ใช้จริงๆ ก็เหมือนกันคือ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว เหมือนกัน
มหาเศรษฐีหรือยาจก จะมียารักษาโรคดีแค่ไหน ยื้อชีวิตไปได้นานเพียงไร สุดท้ายก็ต้องตาย เหมือนกัน

…. มองทะลุวัตถุนิยม และเห็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต 

 

การรับข้อมูลจากเมล์ที่ส่งมาหลายต่อเป็นเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชมสูงมากๆเพราะไม่มีแหล่งข่าวอ้างอิง  หากต้องการทราบชีวิตของนายวอร์เรน บุฟเฟต์ สามารถอ่านเรื่องราวของเขาได้ในวิกิพีเดียซึ่งมีความน่าเชื่อถือได้มากกว่าเมล์ที่ส่งต่อกันมา http://en.wikipedia.org/wiki/Warren_Buffett  แล้วคุณจะต้องทึ่งกับ timelines ในชีวิตของเขา

 

 

Tips:

สำหรับผมแล้ว พระเยซูเป็นฮีโร่ และแบบอย่างในการดำเนินชีวิต  ลองพิจารณาดูจากพระคัมภีร์ข้อนี้นะครับ  Your attitude should be the same as that of Christ Jesus: Who, being in very nature God, did not consider equality with God something to be grasped, but made himself nothing, taking the very nature of a servant, being made in human likeness. And being found in appearance as a man, he humbled himself  and became obedient to death— even death on a cross! (Philippians 2.5-8)

 

Basket:

1. เจ็บคอ เป็นไข้รุมๆสงสัยว่าจะติดเชื้อ

2. เห็นกล้อง FujiFilm S5 Pro แล้วเกิดกิเลสจัง, Tokina 12-24 mm.ก็อยากได้

3. อย่าว่าผมเลยนะครับที่ยกเอาพระคัมภีร์เป็นภาษาต่างประเทศมาทั้งดุ้น  แค่ไปคัดลอกมาจากเนตได้เลย  ง่ายกว่าเดินหาพระคัมภีร์ไทยมาพิมพ์  ในปัจจุบันยังไม่มีพระคัมภีร์ไทยบนเนตให้ใช้ฟรีครับ

4. ป้ารัชอุตส่าห์เดินมาบอกผมให้พาแม่นั่งรถไฟไปเที่ยวลาว  พอซักรายละเอียดเข้าป้าตอบไม่รู้เรื่องว่าข้ามไปถึงเมืองไหน  พูดวนไปเวียนมาเลยโดนผมโวยวายใส่  สักพักผมแอบได้ยินป้าโทรศัพท์ไปถามที่หัวลำโพง พอป้าจะหันกลับมารายงานความคืบหน้าผมก็บอกว่าไม่ต้องแล้ว ได้ยินเต็มสองรูหูเลย 

 

อ๋อ..ยังเป็นแค่โครงการอยู่เหรอคะ

ไม่มีการตอบรับ to “ที่สุดของชีวิต”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s