Stories of my daily blessings
Just another WordPress.com site

เม.ย.
03

การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเป็นหนึ่งในแผนการของพระเจ้าตั้งแต่สร้างโลก  พระเยซู หรือพระบุตร หรือพระปัญญา หรือพระวาทะ หรือพระเมสสิยาห์ แปลว่าพระผู้ไถ่,พระผู้ช่วยให้รอด ทั้งหมดนี้คือบุคคลเดียวกัน แต่เรียกชื่อตามบทบาทหน้าที่  พระเจ้ากำหนดบุคคลนี้ไว้แต่เริ่มแรก   คำพยากรณ์แรกที่พระเจ้าได้ตรัสไว้กับมนุษย์คือ พงศ์พันธุ์ของหญิง (หมายถึงพระเยซูคริสต์) จะทำให้หัวของมารแหลกลาญ (มีชัยเหนือความบาป) แต่ส้นเท้าของเขาจะฟกช้ำ (พระเยซูต้องตาย) คำพยากรณ์นี้ปรากฏอยู่ในหนังสือปฐมกาล 3.15  พระเยซูถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องตายเพื่อไถ่บาป สะบั้นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับซาตาน และคืนความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์  ในพระธรรมสุดดี 22 ทั้งบท กษัตริย์ดาวิดเขียนไว้เป็นโคลงเพื่อร้องสรรเสริญพระเจ้า พระองค์ได้เขียนไว้เป็นคำพยากรณ์เล็งถึงพระเยซูว่าพระองค์จะประสพผลในบั้นปลายเช่นไร คำพยากรณ์นี้เขียนขึ้นก่อนยุคพระเยซูประมาณ 1,000 ปี   ปูมหลังของกษัตริย์ดาวิดเมื่อเขาเขียนบทเพลงสรรเสริญบทนี้คือ ถูกศัตรูไล่ล่าหมายเอาชีวิต  เขาร้องขอการช่วยกู้จากพระเจ้า  ดาวิดต้องหลบซ่อนในถิ่นทุรกันดาร ไม่มีน้ำดื่ม อาภรณ์ขาดวิ่น เขาถูกคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้าเยาะเย้ยถากถางว่าถ้าพระเจ้ามีจริง ให้พระองค์ช่วยเขาเถิด  แต่กษัตริย์ดาวิดฝากความไว้วางใจทั้งหมดว่าพระเจ้าเที่ยงแท้แน่นอนนั้นจะไม่ทิ้งเขาไว้ในมือของศัตรู ในที่นี้ดาวิดเปรียบว่าเป็นสัตว์ร้ายที่รอขย้ำ  ในท่ามกลางความกลัว ความเดียวดาย ดาวิดต้องต่อสู้กับศัตรูภายนอกและศัตรูภายในใจของเขา คือความคิดของตนเอง  พระเจ้าที่เขานับถือยังอยู่กับเขาในเวลาที่ตกต่ำที่สุดของชีวิตหรือไม่   พระเยซูก็เช่นเดียวกัน  ในเวลาที่ผู้คนเข้าใจผิด เวลาแห่งการทนทุกข์เพราะถูกกล่าวหาและรับโทษ ศักดิ์ศรีของความเป็นพระบุตรถูกทำลาย  งานที่ปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นแผนการที่กำหนดไว้แล้ว แต่พระองค์ก็เต็มใจรับสภาพ ขอมีเพียงความหวังใจว่า พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้ง  ชีวิตของเราในโลกนี้ก็เช่นกัน ขอมีความเชื่อและความหวังใจว่าพระเจ้าทรงฟัง ไม่ได้ทอดทิ้ง เราจะมีพลังอยู่เพื่อก้าวต่อไป  สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าที่องค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมไม่เคยทอดทิ้งเราเลย  เรามาดูรายละเอียดในบางข้อของคำพยากรณ์ดังกล่าวในพระธรรมสดุดี บทที่ 22

ข้อ 1 พระ‍เจ้า‍ข้า พระ‍เจ้า‍ข้า ไฉนทรงทอด‍ทิ้งข้า‍พระ‍องค์เสีย   เหตุ‍ใด พระ‍องค์ทรงเมิน‍เฉยที่จะช่วยข้า‍พระ‍องค์และต่อถ้อย‍คำคร่ำ‍ครวญของข้า‍พระ‍องค์  พระเยซูถูกตรึงตั้งแต่สามโมงเช้าจนบ่าย  พระองค์ไม่ได้สิ้นหวัง แต่คำร้องขอของพระองค์นั้นเพื่อเตือนสติตนเองว่าพระองค์ไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง  พระธรรมมาระโกบันทึกว่า เวลาบ่ายสามโมงพระเยซูทรงร้องเสียงดังว่า ” เอโลอี เอโลอี ลามา สะบักธานี ” แปลว่า พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ “  (มก 15.34)

 ข้อ 6-8  ข้า‍พระ‍องค์เป็นดุจตัว‍หนอน มิ‍ใช่คน คนก็ด่า ประ‌ชาก็ดู‍หมิ่น   ผู้ที่เห็นข้า‍พระ‍องค์ก็เย้ย‍หยัน  เขาบุ้ยปากและสั่นศีรษะใส่ข้า‍พระ‍องค์กล่าวว่า  เขามอบตัวไว้กับพระ‍เจ้า ให้พระ‍องค์ทรงช่วยเขาสิ   ให้พระ‍องค์ช่วยเขา เพราะพระ‍องค์ทรงพอ‍พระ‍ทัยในเขา

ในพระคัมภีร์บันทึกเรื่องราววันสิ้นพระชนม์ว่า พวกทหารโรมันได้สานมงกุฎหนาม นำมาสวมศีรษะ, นำไม้มาทำเป็นคธาให้พระเยซูถือ  แล้วก็คุกเข่าถวายบังคมล้อเลียนว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ ขอทรงพระเจริญ  เขาถ่มน้ำลายรด ดึงเอาไม้คธากลับมาตีศีรษะพระองค์ บ้างก็เอามือตบหน้า (มธ 26.29-30, ยน 19.1-2)   ในพระธรรมมาระโก บันทึกว่า ปีลาตให้ทหารมาลากตัวพระเยซูไปโบยตี  พวกทหารสานมงกุฏหนามมาใส่ให้ เอาเสื้อคลุมสีม่วงแบบของกษัตริย์มาคลุม แล้วลากตัวออกไปตรึงกางเขน  ประชาชนที่มาดูล้วน ส่ายหน้าและสบประมาทว่าเป็นอย่างไร เจ้าคนที่จะทำลายพระวิหารแล้วสร้างขึ้นใหม่ในสามวัน (คำพูดนี้ซ่อนความหมายว่าพระเยซูจะตายและฟื้นขึ้นใหม่ในวันที่สาม)   ส่วนพวกปุโรหิตและศาสนาจารย์ก็ถากถางว่า เขาช่วยคนอื่นให้รอดได้แต่กลับช่วยตัวเองให้รอดไม่ได้ (มก 15.27-32)  แม้แต่อาชญากรคนหนึ่งที่ถูกตรึงร่วมกับพระเยซูก็ยังสบประมาทพระองค์ว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดไม่ใช่หรือ ช่วยตัวเองให้รอดก่อนแล้วช่วยเขาด้วย (ลก 23.29)

 ข้อ 14 ข้า‍พระ‍องค์ถูกเทออกเหมือนอย่างน้ำ  กระ‌ดูกทั้ง‍สิ้นของข้า‍พระ‍องค์หลุด‍ลุ่ยไป  จิต‍ใจก็เหมือนขี้‍ผึ้งละลายภาย‍ในอกของข้า‍พระ‍องค์  

คนๆหนึ่งหากถูกทอดทิ้ง ไม่มีที่พึ่งพิง  คนใกล้ชิด สาวกที่เคยบอกว่ารักพระองค์สามารถตายแทนพระองค์ได้ บัดนี้หนีห่างและยังบอกว่าไม่เคยรู้จักพระองค์มาก่อน  เป็นความรู้สึกของคนถูกทรยศหักหลัง   หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ คนทั้งเมืองเยรูซาเล็มออกมาต้อนรับพระองค์ แห่แหนกันเข้าเมือง  คนที่พระองค์รักษาโรค คนตาบอดที่กลับมองเห็น คนโรคเรื้อนที่หาย คนที่เคยถูกผีเข้า บัดนี้คนเหล่านั้นหายไปไหน มีแต่เสียงที่เรียกร้องว่าตรึงเยซูที่กางเขนเสีย หากพวกเราตัดสินใจผิดให้บาปเคราะห์นั้นตกกับลูกหลานของเราเอง  ถ้าวันหนึ่งเราตกอยู่ในสภาพนี้ เราจะเข้าใจว่าจิตใจที่ขาดน้ำหล่อเลี้ยงเป็นอย่างไร จิตใจที่กำลังหลอมละลายเป็นอย่างไร  “เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงเข้าที่สีข้าง น้ำและเลือดทะลักออกมา เป็นปรากฏการณ์ของเม็ดเลือดแดงที่แยกตัวออกจากของเหลวส่วนที่เป็นน้ำเลือด  หัวใจและร่างกายที่ขาดน้ำคงแยกออกเป็นเสี่ยงๆเช่นนั้นเอง  พระธรรมยอห์นบันทึกนาทีที่สิ้นพระชนม์นั้นไว้ดังนี้  แต่ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงที่สีข้างของพระเยซูโลหิตกับน้ำก็ไหลออกมาทันที  เนื่องจากพวกยิวไม่ต้องการให้ศพค้างบนไม้กางเขนในช่วงวันสะบาโต จึงขอปีลาตให้ทุบขาผู้ที่ถูกตรึงให้หักและเอาศพลงมา  ดังนั้นพวกทหารจึงมาทุบขาของชายคนแรกที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนด้วยกันกับพระเยซูให้หัก แล้วทุบขาของอีกคนหนึ่งให้หักด้วย  แต่เมื่อมาถึงพระเยซูพวกเขาพบว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้วจึงไม่ได้ทุบขาของพระองค์” (ยน19.31-33)  ตรงกับคำพยากรณ์ว่า พระเจ้าจะทรงปกป้องกระดูกของเขาทุกชิ้นไม่ให้ถูกหักสักชิ้นเดียว  (สดด 34.18-20)   การทุบกระดูกขานักโทษประหารให้หัก มีจุดประสงค์เพื่อไม่ให้นักโทษหลบหนีหายไปไหนหากไม่แน่ใจว่านักโทษนั้นตายจริงหรือแค่สลบไป

 

ข้อ 15 กำ‌ลังของข้า‍พระ‍องค์เหือด‍แห้งไปเหมือนเศษหม้อ‍ดิน และลิ้นของข้า‍พระ‍องค์ก็เกาะติดที่ขากรร‌ไกร  พระ‍องค์ทรงวางข้า‍พระ‍องค์ไว้ในผง‍คลีมัจ‌จุ‌ราช   พระคัมภีร์ข้อนี้เล็งถึงการยอมจำนนกับแผนการที่พระองค์ทรงรับจากพระบิดา  พระเยซูในสภาพเนื้อหนังของมนุษย์ พระองค์เจ็บปวด และพระองค์เหนื่อยเพราะถูกทำร้ายจนหมดแรง  ความหมายของลิ้นที่เกาะติดขากรรไกรแน่นทำให้เราเห็นภาพว่า แม้พระองค์ปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ไม่สามารถปฏิเสธการตายได้  แม้ปีลาตที่เป็นเจ้าเมืองก็ไม่เห็นว่าพระองค์มีความผิดใด  ในที่สุดพระองค์ถูกสังคมพิพากษาให้ตายบนไม้กางเขน  ในนาทีสุดท้ายพระองค์ตรัสว่าเรากระหายน้ำ  ที่นั่นมีภาชนะใส่น้ำองุ่นเปรี้ยวตั้งอยู่ พวกเขาจึงเอาฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้หุสบชูขึ้นถึงพระโอษฐ์ของพระเยซู  เมื่อทรงรับน้ำนั้นแล้วพระเยซูก็ตรัสว่า ” สำเร็จแล้ว ” จากนั้นพระองค์ก้มพระเศียรลงและสิ้นพระชนม์ (ยน 19.28-30)

 

ข้อ 16 พระ‍เจ้า‍ข้า บรร‌ดาสุนัขล้อมรอบข้า‍พระ‍องค์ไว้  คนทำ‍ชั่วหมู่หนึ่งล้อมข้า‍พระ‍องค์  เขาแทงมือแทงเท้าข้า‍พระ‍องค์  แน่นอนที่พระเยซูถูกแทงมือแทงเท้า  การตรึงกางเขนนั้นเขาตอกที่อุ้งมือและซ้อนเท้าก่อนจะตอกตะปูลงไป   พระคัมภีร์บันทึกว่า พวกทหารจึงคุมตัวพระเยซูไป  พระองค์ทรงแบกกางเขนของพระองค์ไปยังสถานแห่งหัวกระโหลก (ซึ่งในภาษาอารเมคเรียกว่า กลโกธา)  ที่นั่นเขาตรึงพระองค์บนไม้กางเขนกับอีกสองคนขนาบข้างและพระเยซูทรงอยู่ตรงกลาง (ยน 19.16-18)

 

ข้อ 17-18  ข้า‍พระ‍องค์นับกระ‌ดูกของข้า‍พระ‍องค์ได้เป็นชิ้นๆ  เขาจ้อง‍มองและยิ้ม‍เยาะข้า‍พระ‍องค์   เสื้อ‍ผ้าของข้า‍พระ‍องค์เขาแบ่ง‍ปันกัน ส่วนเสื้อของข้า‍พระ‍องค์นั้นเขาก็จับฉลากกัน  เป็นธรรมเนียมของทหารโรมันที่จะยึดสมบัติของนักโทษแบ่งกัน  ส่วนเสื้อตัวในซึ่งทอเป็นผืนเดียวแบ่งไม่ได้เขาใช้วิธีจับฉลาก   แน่นอนว่าพระองค์เปลือยกายในเวลาที่ถูกตรึง พระคัมภีร์จึงพยากรณ์ว่าเขาเห็นกระดูกปูดโปนของพระองค์จนนับได้เป็นชิ้นๆ
เมื่อเขาตรึงพระองค์ที่ไม้กางเขนแล้ว ก็นำฉลองพระองค์มาจับฉลากแบ่งกัน (มธ 27.35, ลก 23.34)  เมื่อพวกทหารตรึงพระเยซูที่ไม้กางเขนแล้วก็นำฉลองพระองค์มาแบ่งเป็นสี่ส่วน ได้ไปคนละส่วน เหลือไว้แต่ฉลองพระองค์ชั้นในซึ่งไม่มีตะเข็บทอเป็นผืนเดียวตั้งแต่บนจรดล่าง   เขาพูดกันว่า ” อย่าฉีกแบ่งเลย ให้เราจับฉลากกันว่าใครจะได้เสื้อตัวนี้ “  (ยน 19.23-24)

 

ทำไมเหตุการณ์เหล่านี้จึงเกิดขึ้น คำตอบคือเพื่อเห็นแก่เราทั้งหลายจะได้รับความรอด เพื่อการกลับคืนดีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้งหนึ่ง สดุดีข้อ27-28 จึงเขียนไว้ว่า  ที่สุดปลายทั้ง‍สิ้นของแผ่น‍ดินโลกจะจด‍จำและหัน‍กลับมายังพระ‍เจ้า  และตระ‌กูลทั้ง‍สิ้นของบรร‌ดาประ‌ชา‍ชาติจะนมัส‌การต่อพระ‍พักตร์พระ‍องค์   เพราะอำ‌นาจการปก‍ครองเป็นของพระ‍เจ้า และพระ‍องค์ทรงครอบ‍ครองเหนือบรร‌ดาประ‌ชา‍ชาติ

 

ในเทศกาลวันศุกร์ประเสริฐที่จะมาถึง ผมขอเชิญชวนให้เราอ่านและใคร่ครวญพระธรรมสดุดีบทที่ 22  พระธรรมยอห์นบทที่ 18 และ ยอห์นบทที่ 19  ขอพระวจนะของพระเจ้าเป็นพระพรในการดำเนินชีวิตของทุกคนที่วางใจในพระองค์

 

ก.พ.
10

ในร้านหนังสือเอเชียบุ๊ค ผมพบพ๊อคเกตบุ๊คเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งที่รวบรวมคำหนุนใจ  สุ่มเปิดออกมาหน้าหนึ่งเขียนว่า I would be true เมื่อผมไล่มองลงไปทีละบันทัดจึงทราบว่ามาจากบทเพลงคริสเตียน “ฉันจะสัตย์ซื่อ” ในหนังสือไทยนมัสการนั่นเอง  ผมลองพลิกดูหน้าอื่น ก็พบคำหนุนใจทั่วๆไปแบบวิถีของชาวโลก หรือวันนี้พระเจ้ากำลังจะตรัสอะไรกับผมโดยจำเพาะ

เนื้องเพลง I would be true เป็นบทกวีของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ  บทกวีบทนี้ชื่อ My Creed หรือ คุณธรรมประจำใจของข้าพเจ้า  โฮวาร์ด เอ วอลเตอร์ Howard A. Walter เกิดในปี 1883  เขาเรียนจบปริญญาตรีเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในปี 1905  หลังจากนั้นใช้เวลา 1 ปี ในการสอนภาษาอังกฤษที่ประเทศญี่ปุ่น  ที่นี่เองที่เขาส่งบทกวีบทนี้กลับไปให้แม่ที่บ้านในมลรัฐคอนเนคติคัต  นางวอลเตอร์ส่งบทกวีบทนี้ไปให้นิตยสารฮาร์เปอร์ส Harper’s magazine และได้รับการตีพิมพ์ในเดือนพฤษภาคมปี 1907  เมื่อเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา โฮวาร์ดได้เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยพระคริสตธรรมฮาร์ทฟอร์ด  หลังจากสำเร็จการศึกษาเขารับใช้เป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาลที่โบสถ์ อัสซีลุม ฮิลล์ คองกรีเกชันนัล ในเมืองฮาร์ฟอร์ด รัฐคอนเนคติคัต  มีวันหนึ่งเขานำบทกวีของเขาให้กับผู้สอนเมธอดิสต์ท่านหนึ่งชื่อ โจเซฟ พีค Joseph Peek  พีคผู้ซึ่งไม่มีความรู้ทางด้านดนตรีเลยผิวปากใส่ทำนองเพลงให้เข้ากับเนื้อความทันที   หลายปีต่อมาโฮวาร์ด เดินทางไปอินเดียเพื่องานมิชชั่นที่นั่น  เขาจบชีวิตลงในวัยเพียง 35 ปี ด้วยไข้หวัดใหญ่ ทิ้งผลงานอมตะไว้ให้เราได้ขับร้องกันมาร้อยปี

Tip:

พระเจ้าทรงมุ่งหวังให้เราตั้งชีวิตอยู่บนความสัตย์จริง  ดำรงชีวิตด้วยความบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ  ชีวิตบนโลกนี้เต็มไปด้วยปัญหา ไม่ง่ายดายนักที่จะทำให้เราดำเนินชีวิตให้อยู่ในความสัตย์จริงและความบริสุทธิ์ ด้วยเหตุนี้คริสเตียนจึงต้องเข้มแข้ง กล้าหาญ  หากเรามองแต่ปัญหาอุปสรรค และคร้ามกลัวเราไม่สามารถเป็นผู้นำให้ใครเดินตามได้ (ยชว 1.9)

หลายครั้งเราสาละวนกับตัวเองจนลืมสิ่งรอบข้าง  สิ่งสำคัญที่สุดคือเราละเลยคนข้างตัว คนในครอบครัว  พระคัมภีร์สอนให้นอกจารักพระเจ้าสิ้นสุดจิตสุดใจสุดกำลังความคิดแล้ว ยังสอนว่า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง (ลก 10.27)  คิดถึงการให้มากกว่า เพราะการให้เป็นเหตุให้มีความสุขมากกว่าการรับ (กจ 20.35) พระคัมภีร์พูดเสมอว่า “จงถ่อมใจลง”  เพราะความเปราะบางที่สุดของชีวิตคือความหยิ่งผยอง  (สภษ 29.1) เคล็ดลับสำคัญคือการมองขึ้นไปเบื้องบน พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ที่นั่น คอยและพร้อมรับฟังทุกปัญหา  ให้เราสามารถหัวเราะได้แม้ในยามยากลำบาก สามารถรักคนอื่นได้แม้ว่าหัวใจของเราจะเต็มไปด้วยความเกลียดชัง และจิตวิญญาณของเราจะได้รับการยกชู

พระเจ้าประสงค์ให้ชีวิตของเราปฏิบัติตนอย่างเสมอต้นเสมอปลายกับคำสั่งของพระองค์ มีเวลากับพระองค์ ไม่คร้ามกลัวต่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าในยามที่พระองค์นำเราไป  ในพระธรรมสุภาษิตจึงพูดว่า ผู้ที่วางใจพระองค์ พระองค์จะทำให้วิถีทางของผู้นั้นราบรื่น (สภษ 3.5-6) อย่าคิดว่าตนเองสูงส่งจนไม่อาจนับพี่น้องกับผู้ต่ำต้อยได้ หรือจะมีใครสูงส่งจนเราไม่เหลือช่องว่างของมิตรภาพให้  ไม่ว่าจะยากดีมีจนให้ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม  พระธรรมยากอบเตือนสติว่า อย่าลำเอียง ไม่แบ่งชั้นวรรณะวินิจฉัยคนด้วยใจชั่ว (2.1, 4)

พระคัมภีร์ตรัสไว้ว่า จงชื่นชมยินดีกับคนที่ชื่นชมยินดีและจงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้ (รม 12.16)  พระเจ้าต้องการให้เราเข้าถึงใจและความกระหายฝ่ายจิตวิญญาณของทุกคน  ทำไมหรือ? เพื่อที่เราจะแบ่งปัน, หยิบยื่นและช่วยฉุดผู้อื่นให้ยืนขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่งนั่นเอง (กท 6.1) ในขณะที่ไม่มีใครอื่น เราพร้อมจะเป็นผู้นั้นหรือไม่ที่จะเข้าใจและช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก และใจของเราจะไม่กระด้างจนเกินกว่าจะได้ยินการร้องขอนั้น   ระวังให้ดี เพราะในวาระสุดท้ายนั้น พระเยซูจะยืนเคาะที่ประตู ผู้ใดได้ยินเสียงของพระองค์และเปิดประตู พระองค์จะเข้ามาหาและจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา (วว 3.20)

คุณธรรมประจำใจของโฮวาร์ดฟังแล้วไพเราะเพราะพริ้ง ประเด็นสำคัญอยู่ที่เราจะน้อมใจลงฟังและลงมือทำหรือไม่ หรือจะปล่อยให้มันเป็นแค่เพลงบทหนึ่งที่ฟังแล้วซึ้งใจและให้มันเลยผ่านไป  ผู้ที่ฟังและกระทำตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า พระเยซูตรัสว่านั่นเป็นพี่น้องชายหญิงและมารดาของพระองค์ (มก 3.35)

Thanks:

ขอบคุณพระองค์สำหรับความสุขและความชื่นชมยินดีในครอบครัว ในหน้าที่การงาน และเพลงฉันจะสัตย์ซื่อที่ทำให้ผมต้องทบทวนชีวิตของผมใหม่อีกครั้งหนึ่ง

Basket:

ห้องใหม่เรือนแถว, อุตรดิตถ์, ขายเลนซ์,

I WOULD BE TRUE

1. I would be true, for there are those who trust me;                                                                                                                                                                        I would be pure, for there are those who care;                                                                                                                                                                                    I would be strong, for there is much to suffer;                                                                                                                                                                                     I would be brave, for there is much to dare;                                                                                                                                                                                         I would be brave, for there is much to dare.

2. I would be friend of all the foe, the friendless;
I would be giving, and forget the gift;
I would be humble, for I know my weakness;
I would look up, and laugh, and love and lift.
I would look up, and laugh, and love and lift.
3. I would be faithful through each passing moment;
I would be constantly in touch with God;
I would be strong to follow where He leads me;
I would have faith to keep the path Christ trod;
I would have faith to keep the path Christ trod.

4. Who is so low that I am not his brother?
Who is so high that I’ve no path to him?
Who is so poor, that I may not feel his hunger?
Who is so rich I may not pity him?
Who is so rich I may not pity him?

5. Who is so hurt I may not know his heartache?
Who sings for joy my heart may never share?
Who in God’s heaven has passed beyond my vision?
Who to Hell’s depths where I may never fare?
Who to Hell’s depths where I may never fare?

6. May none, then, call on me for understanding,
May none, then, turn to me for help in pain,
And drain alone his bitter cup of sorrow,
Or find he knocks upon my heart in vain.                                                                                                                                                                                            Or find he knocks upon my heart in vain.

ในสหราชอาณาจักร เขานำบทกวีบทนี้ใส่ทำนองเพลง London Derry Air ได้อย่างไพเราะ  ฟังได้ที่นี

ม.ค.
17

เช้าวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม ผมทยอยขนของที่แพ็คมาทั้งคืนไปไว้ที่เรือนแถวปลูกใหม่ ผมมาอยู่บ้านหลังนี้ 52 วันเต็มและวันนี้เป็นวันที่ผมจะย้ายออกเพื่อกลับบ้านกรุงเทพฯ ผมขนลังกระดาษไปบ้านเรือนแถวหนึ่งรอบและกลับมาขนต่อโดยจอดรถไม่ดับเครื่องไว้หน้าบ้าน ระหว่างนั้นเจ้านายผมที่มาจากกรุงเทพฯเดินมาหาที่บ้านเพื่อทักทายแม่ และเข้ามานั่งคุย ส่วนผมคุยกับลูกชายของท่านที่ชายหน้าบ้านอย่างสนุกสนานอยู่สักพัก ตาผมก็เหลือบไปเห็นมีน้ำไหลลงมาจากใต้กันชนหน้ารถที่จอดติดเครื่องไว้ มันไม่ได้แค่เป็นน้ำหยดแต่เป็นน้ำจากหม้อน้ำ เป็นน้ำสีเขียวไหลออกมาไม่ขาดสาย ทำเอาผมตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นจึงรีบลงไปดับเครื่อง ผมรู้สึกกังวลเพราะหลังจากนี้เราจะขับรถข้ามเขาพังเหยเพื่อเข้าสู่ชัยภูมิ และโคราชก่อนกลับเข้ากรุงเทพฯในวันอาทิตย์ ผมสอบถามช่างโรงงานได้ความว่าอู่ที่ใกล้ที่สุดและดีที่สุดอยู่ที่สามแยกวังชมภูห่างออกไปราว 10 กม. เขาลองเปิดฝาหม้อน้ำดูเห็นว่ามันยังเต็มจึงได้เติมลงในถังพักน้ำที่แห้งแทนพร้อมกับกรอกน้ำใส่ขวด 1.5 ลิตรให้ติดรถไว้ น้า (น้องสาวเจ้านาย) เมื่อทราบเรื่องอาสาพาผมไปอู่ซ่อมหม้อน้ำ

เมื่อไปถึงอู่ ช่างเข้ามาดูและพลิกฝาหม้อน้ำดูบอกผมว่า สาเหตุเกิดจากสปริงที่ดุนยางรองฝาหม้อน้ำหลุดทำให้น้ำทะลักออก เขาเปลี่ยนฝาหม้อน้ำให้และคิดผม 100 บาท เรื่องสปริงดุนยางฝาหม้อน้ำผมเห็นมันหลุดมาไม่น้อยกว่า 4-5 เดือนแล้ว ผมเคยพยายามเกี่ยวสปริงที่หลุดลงไปติดอยุ่ที่คอออกแต่ไม่สำเร็จ และเมื่อพลิกดูก็ยังเห็นแหวนยางอยู่คิดว่าไม่น่ามีอะไร ผมมองข้ามดุนยางกลางฝาหม้อน้ำไปว่าไม่มีก็ไม่เป็นไรโดยลืมคิดไปว่าถ้าไม่มีเขาจะทำมาทำไม ตอนนี้รู้แล้วว่ามันทำหน้าที่กันแรงดันไอน้ำออกไปถังพัก ดุมยางเล็กก้อนเดียวกลางฝาหม้อน้ำสามารถทำให้รถจอดนิ่งอยู่กับที่ไปไหนไม่ได้เพราะเครื่องยนต์ร้อนจัด สาเหตุมาจากไม่มีดุมยางกันน้ำหล่อเย็นไหลออกไปตามแรงดันไอน้ำ

Tip: สิ่งเล็กน้อยหลายอย่างเราเห็นมันอยู่นอกสายตาเพราะเรามักคิดว่ามันเล็กน้อย มันไม่มีสาระ การดำรงอยู่ของมันหรือไม่มีเสียเลยก็ไม่ได้ทำให้อะไรขาดหายไปจากชีวิต ถึงแม้จะเป็นนิ้วก้อย, ไส้ติ่ง, ต่อมทอนซิล, เยื่อแก้วหู, กระจกตา, เล็บ, ขนตา, ขนจมูก, ฯลฯ ทุกอย่างมีบทบาทหน้าที่ของมันที่ไม่อาจขาดไปได้ พระคัมภีร์สอนว่า ถึงกายนั้นเป็นกายเดียวก็ยังมีอวัยวะหลายส่วน และอวัยวะเหล่านั้นแม้จะมีหลายส่วนก็ยังเป็นกายเดียวกันฉันใด พระคริสต์ก็ทรงเป็นฉันนั้น (1 คธ 13.12) ไม่ว่าเราจะเป็นชนชาติใด สูงศักดิ์หรือต่ำต้อย เป็นผู้ใหญ่หรือผู้เล็กน้อย เราก็ยังมีความหมายต่อกันและกันในองค์พระผู้เป็นเจ้าฉันนั้น อวัยวะที่ดูเล็กน้อยและอ่อนแอกลับขาดหายไปไม่ได้ (ข้อ 22) พระเจ้าทรงให้อวัยวะของร่างกายเสมอภาคกัน (ข้อ 24) ให้อวัยวะทุกส่วนพะวงซึ่งกันและกัน (ข้อ 25) ถ้าอวัยวะหนึ่งเจ็บอวัยวะทั้งหมดก็พลอยเจ็บไปด้วย ถ้าอวัยวะหนึ่งได้รับเกียรติ อวัยวะทั้งหมดก็พลอยชื่นชมยินดีด้วย (ข้อ 26) ดังนั้นแต่ละคน มีหน้าที่ต่างกันตามศักยภาพของแต่ละคน จงให้เกียรติกันและกัน และพะวงซึ่งกันและกัน เพราะในสายพระเนตรของพระผู้เป็นเจ้าแล้ว เราทุกคนเสมอภาคกัน

Thanks: ขอบคุณพระองค์ที่ผมแคล้วคลาดมานานหลายเดือนแม้จะไม่มีดุนยางฝาหม้อน้ำทั้งๆที่ผมข้ามเขาเดินทางไกลหลายๆต่อหลายครั้งที่เดินทางกลางคืน ขอบคุณพระองค์ที่ปัญหาเกิดขึ้นให้มีเวลาแก้ไขก่อนออกเดินทาง ขอบคุณพระองค์ที่มีทั้งเพื่อนในที่ทำงาน เจ้านายและญาติผู้ใหญ่ให้ความเมตตาตลอดเวลาที่ผมอยู่เพชรบูรณ์ 7 สัปดาห์ ขอบคุณพระองค์ที่น้ำไม่ท่วมเขตบางกะปิ

Basket:

1) ชุดโต๊ะอเนกประสงค์ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน, ขัดย้อมสีไม้เมื่อต้นเดือนมกราคม 2) ย้ายเข้าอยู่บ้านเรือนแถวเมื่อ 4 มกราคม มีน้ำอุ่นอาบ มีที่นอน, มีเครื่องครัวทุกชนิดและตู้เย็นครบ และ Challen ตามมาด้วย 3) แว่นสายตา 4 อัน, ควักข้าว, Yamaha LU-80 4) เชียงคาน, ภูเรือ, ท่าลี่, ด่านซ้าย 6-10 ธันวาคม 5) มอหินขาว, ปรางค์กู่, เมืองเสมา, โคราฆปุระ 11-12 ธันวาคม 6) เด่นชัย, พะเยา, เชียงคำ, ภูซาง 30 ธ.ค.- 3 ม.ค. 7) หวัดข้ามปี 24 ธ.ค.-17 ม.ค. เป็นแล้วเป็นอีก 3 ครั้ง

พ.ย.
25

เพราะความรักใหญ่หลวงขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราจึงไม่ถูกผลาญทำลายไป  เพราะพระเมตตาของพระองค์ไม่เคยยั้งหยุด  มีมาใหม่ทุกเช้า  ความซื่อสัตย์ของพระองค์ยิ่งใหญ่นัก (บทเพลงคร่ำครวญ 3.22-23)

ในรอบปีที่ผ่านมา (ธันวาคม 2010-พฤศจิกายน 2011) พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงจัดเตรียมให้แก่ผมเช่นเดิมไม่แปรเปลี่ยน  ปีนี้เป็นปีที่ประเทศไทยกำลังผ่านพ้นวิกฤต ขอบคุณพระเจ้าที่ผมได้รับโบนัสและการขึ้นเงินเดือน ตลอดเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา  ผมไม่ขัดสนแต่อย่างใด  ผมได้รับมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจนขึ้นกับธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ และวางมือจากงานเดิม  ผมขอบคุณพระเจ้าเมื่อผมหมดหน้าที่จากงานหนึ่ง ก็มีธุรกิจใหม่เข้ามาให้เริ่มต้นบุกเบิก  งานเดิมที่ผมเคยรับผิดชอบมีผู้อื่นมารับช่วงต่อไป  ผมเคยถามกับตัวเองเสมอว่า มีงานใดบ้างที่ผมทำตั้งแต่ต้นจนจบ ผมพบว่าไม่มีเลยแม้แต่งานเดียว  แต่ผมมักถูกวางตัวให้เป็นผู้บุกเบิกสิ่งใหม่ๆ ซึ่งตรงกับนิสัยของผมที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำซาก พระเจ้าทรงรู้จักผมดีกว่าตัวผมเองเสียอีก   เมื่อกลางปี เจ้านายมอบหมายงานให้ผมชิ้นหนึ่ง นั่นคือการเป็นตัวแทนประธานบริษัทไปประเทศเมียนมาร์เพื่อกล่าวปาฐกถาเปิดงานธุรกิจร่วมค้าที่นั่น  เจ้านายปฏิเสธที่จะส่งผู้บริหารซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าผม และเป็นผู้บริหารหน่วยสายตรงไปร่วมงาน ด้วยเหตุผลว่าไม่มีใครเหมาะเช่นผม ทั้งยังเคยผ่านงานเกือบทุกสายงานมาแล้ว  บริษัทคู่ค้าชาวสิงคโปร์ไม่ค่อยพอใจเท่าใดนักที่ประธานใหญ่ไม่ได้เดินทางไปเอง  แต่คำพูดของท่านที่ตอบกลับไปว่า ติดภารกิจสำคัญ แต่ได้ส่งเบอร์สองของบริษัทฯไปแทนซึ่งมีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ ยังถือว่าไม่ให้เกียรติพออีกหรือ  ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความมั่นคงในการงานและความไว้วางใจที่ผมได้รับ  ผมขอบคุณพระองค์ที่การเดินทางไปทำงานครั้งนั้นสร้างความพอใจให้กับคู่ค้าชาวสิงคโปร์ พระองค์เปลี่ยนความไม่พอใจเป็นมิตรภาพ  เขาเลี้ยงดูและพาผมเที่ยวในวันสุดท้าย  ผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับที่ปรึกษาธุรกิจสองท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมด้วย  เขาทั้งสองคนอำนวยความสดวกและพระเจ้าส่งเขาไปจัดเตรียมทุกสิ่งในการเจรจาธุรกิจที่นั่น  ผมขอบคุณพระองค์เมื่อผมยอมจำนนกับพระองค์ว่าผมไม่มีความสามารถพอและไม่กล้าพอที่จะพูดปาฐกถาในที่ชุมนุมหลายร้อยคน  พระองค์ก็เจิมปากให้ผมได้พูดกับที่ประชุมในวันนั้นอย่างสบายใจ ด้วยรอยยิ้ม ปราศจากความตื่นเต้นและไม่มีความกดดันใดๆเลย

ปีนี้ฝนกระหน่ำประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผมต้องเลื่อนการเดินทางไปทำงานที่เพชรบูรณ์หลายต่อหลายครั้ง พืชผลต่างๆที่ปลูกไว้เสียหายไม่เป็นไปตามแผนการ  เมื่อผมติดตามข่าวและเห็นน้ำหลากลงมาท่วมพื้นที่เขตภาคกลางตั้งแต่นครสวรรค์ลงมาทำให้ผมเตรียมตัวอพยพ  กลางเดือนตุลาคมคมผมเรียนเจ้านายว่าผมจะขออพยพทั้งครอบครัวไปทำงานที่เพชรบูรณ์  เจ้านายผมตอบตกลงและอนุญาตให้ผมใช้บ้านพักหลังใหญ่เป็นที่พำนัก ในบ้านประกอบด้วยห้องนอน 2 ห้อง มีที่นั่งพักผ่อน ทานข้าวและครัวเล็กๆ  ผมใช้เวลาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเก็บสมบัติที่อยู่ชั้นล่างยกขึ้นสูง  ขอบคุณพระเจ้าที่มีมืออีกหลายมือยื่นเข้ามาช่วยเหลือเมื่อผมต้องยกเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นบนโต๊ะ  ผมมีเปียโนขนาดใหญ่สองหลังที่ต้องเคลื่อนย้าย แต่ละหลังหนักมากกว่า 250 กก. แต่แรกผมคิดว่าจะยกทั้งสองหลังขึ้นบนม้านั่งสูงครึ่งเมตร  ในวันที่ผมเข้าประชุมผู้บริหารประจำเดือนตุลาคม ผมปรับทุกข์กับเจ้านายน้อยในระหว่างประชุมและเกิดความคิดว่าจะยกเปียโนหลังใหม่ไปไว้เพชรบูรณ์หนึ่งหลัง  เมื่อเรียนเจ้านายใหญ่ ท่านไม่ขัดข้องถามผมว่าจะนำไปอย่างไร ท่านบอกผมว่า เราก็เป็นเหมือนญาติกัน  ให้ใช้รถของบริษัทฯเคลื่อนย้าย  ผมขอบคุณพระเจ้าเมื่อเพื่อนที่ทำงาน 6 คนมาช่วยผมยกเปียโนขึ้นรถที่สูงจากพื้นถึงหนึ่งเมตร เปียโนของผมเดินทางถึงเพชรบูรณ์โดยปราศจากรอยขีดข่วนใด

ผมย้ายมาอยู่เพชรบูรณ์เดือนเศษ ได้ติดตามข่าวน้ำท่วมตลอดเวลา  ระหว่างนี้ผมกลับบ้านไปดูบ้านหนึ่งครั้งเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน  บ้านผมซึ่งอยู่ในเขตที่แอ่งกะทะย่านบางกะปิแต่กลับไม่มีน้ำท่วมขังเช่นกรุงเทพตอนเหนือและซีกตะวันตก  ผมขอบคุณพระเจ้าในสิบปีที่ผ่านมาที่ผมไม่เจอภัยพิบัติจากน้ำ  ก่อนที่ผมจะตัดสินใจซื้อบ้านในเขตบางกะปิ  ผมพาแม่ไปดูที่ดินแถบลาดหลุมแก้วเพื่อสร้างบ้าน  เป็นที่ดินขนาด 3 งานที่ผมชอบมาก เพราะเป็นที่สวนเงียบสงบ ล้อมรอบด้วยคูคลองคดเคี้ยว  ครั้งนั้นผมพาแม่ไปดูทาวน์เฮาส์อีกแห่งหนึ่งแถบลำลูกกาด้วยโดยคิดว่าจะซื้อสองห้องแล้วเชื่อมให้เป็นบ้านหลังเดียวกัน  ผมตัดสินใจไม่ถูกว่าจะหาบ้านอยู่ที่ใด ได้แต่อธิษฐานขอพระเจ้าทรงดลจิตดลใจ  แม่ผมปฏิเสธการซื้อที่ดินที่ลาดหลุมแก้วและลำลูกกาซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่ทำงานของพี่สาว  แต่แม่กลับเลือกทาวน์เฮาส์ใจกลางถนนลาดพร้าวไม่ไกลจากที่ทำงานของผม  บ้านห้องแถวแห่งนี้มีเนื้อที่หน้าบ้านจำกัดเพียง 4 เมตรเท่านั้น  แม่บอกว่าแม้จะไม่มีที่ให้เดินเล่นและทำสวน แต่แม่จะได้เจอลูกหลังเลิกงานเร็วขึ้นไม่ต้องคอยนาน  พิบัติภัยจากน้ำในปีนี้คร่าชีวิต ทำลายทรัพย์สิน  พื้นที่ทั้งเขตลาดหลุมแก้ว และเขตลำลูกกาจมมิดอยู่ใต้น้ำมากกว่า 1 เมตรมานานกว่า 1 เดือนแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าน้ำจะเหือดแห้งไปในเร็ววัน  เส้นทางจากทั้งสองแห่งที่เข้าสู่กรุงเทพชั้นในถูกตัดขาด  ผมขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าที่พระองค์ทรงนำให้ผมมาอยู่ที่บ้านเล็กๆใจกลางลาดพร้าว  บ้านที่ภัยพิบัติจากน้ำในปี 2011 มาไม่ถึง   สถานที่ทำงานของพี่สาวผมปิดทำการเพราะน้ำท่วมขังไปจนกลางเดือนธันวาคม ผมขอบคุณพระเจ้าที่เราสามคนแม่ลูกสามารถใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านหลังน้อยที่เพชรบูรณ์  เราไม่ต้องเป็นกังวลหากต้องทิ้งคนใดคนหนึ่งอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ  เมื่อเราออกมาที่ชานหน้าบ้านพักเราเห็นภูเขา  ยามที่เรานั่งรับประทานอาหารที่หลังบ้าน เราเห็นสระน้ำกว้างใหญ่ เราเห็นภูเขาและเห็นดวงตะวันลับเหลี่ยมเขา  แม่ใช้เวลาว่างอ่านหนังสือ อ่านนวนิยายแปลของอากาธา คริสตี้จบไป 4 เล่ม และอ่านเล่มที่ห้า “แม่น้ำสีเลือด” อย่างสนุกสนานถึง 2 จบ  ผมถามแม่ว่าคิดถึงบ้านหรือไม่ แม่บอกว่าไม่เลย แม่ชอบที่นี่  ผมขอบคุณพระเจ้าเพราะความหมายของบ้านนั้นสมบูรณ์ด้วยความผูกพันทางใจไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง House is made of brick but home is made of love! เราทั้งครอบครัวประกอบอาหารกันเอง เราทานข้าวด้วยกันเกือบทุกมื้อ  เรามีเวลาให้แก่กันและกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในสิบปีที่ผ่านมา  พระเจ้าทรงเลี้ยงครอบครัวของผมดุจเลี้ยงแกะ

สุขภาพของแม่ในปีนี้ลดถอยลงตามวัย  ผมขอบคุณพระเจ้าที่หมอมงคลได้แนะนำเพื่อนที่เชี่ยวชาญทางกระดูกประจำอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี  หมอได้จัดแจงประสานงานทำบัตรและฝากฝังให้  การกลับไปพบแพทย์ครั้งใหม่ทำให้อาการกระเพาะอักเสบของแม่กำเริบขึ้น  ยาบางอย่างทำให้สายตาพร่ามัวลงชั่วคราว  หมอได้ให้ยาสร้างกระดูกที่บางอยู่ 6 เดือนก่อนที่แม่จะตัดสินใจหยุดไปพบแพทย์ และหยุดยา  เมื่อแม่มาอยู่เพชรบูรณ์กับผม  แม่เกิดอาการเอ็นที่บันเอวอักเสบ และประสพอุบัติเหตุล้มหงายหลังศีรษะฟาดพื้น    เป็นช่วงเวลาที่แย่มากเพราะแม่ไม่สามารถทานยาอะไรได้เลยนอกจากทำกายภาพบำบัด   ยารักษากล้ามเนื้ออักเสบ และยาคลายกล้ามบรรเทาปวดจะทำให้กระเพาะอาหารอักเสบรุนแรงจนถึงขั้นเลือดออกในกระเพาะอาหารและเจ็บปวดทรมานแทบขาดใจอย่างที่ผมเคยเห็น  ผมขอบคุณพระเจ้าที่แม่หายวันหายคืนตามลำดับ  สิ่งที่ผมห่วงที่สุดคือกระดูกเชิงกรานหักและเลือดออกในสมอง  ขอบคุณพระเจ้าที่อาการข้างต้นไม่ได้เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากกระดูกที่สร้างเสริมไว้หกเดือนก่อนหน้านั้น ผมขอบคุณพระเจ้าที่แม่หายวันหายคืนตามลำดับ  วันนี้แม่กลับมาเดินเหิรได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ ยอมใช้เครื่องช่วยเดินทั้งที่เคยปฏิเสธมาตลอด   เราเห็นคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่ล่วงหลับไปก่อนเวลาอันควร  เมื่อกลางปี แม่มีโอกาสไปเยี่ยมน้าที่นอนป่วยเป็นอัมพาตทั้งตัวและพูดไม่ได้มาหลายปีแล้ว น้าอ่อนกว่าแม่ถึง 13 ปี   ด้วยเหตุนี้แม้ว่าแม่ของผมจะเจ็บไข้ออดๆแอดๆ แต่เราทั้งครอบครัวก็ขอบคุณพระองค์

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันแม่ในปีนี้ที่เราได้ออกมาพักผ่อนด้วยกันทั้งครอบครัว  การจราจรที่ติดขัดอย่างหนักบนถนนรังสิต-องครักษ์ทำให้เรากว่าจะขึ้นไปถึงเขาใหญ่ก็เป็นเวลาบ่ายสองโมง  อากาศบนเขาเย็นสบายทำให้แม่สดชื่นขึ้นมาก  ผมซื้อรถเข็นไว้หนึ่งคัน แต่การที่จะให้คนสูงวัยยินยอมนั่งรถเข็นเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งนัก ขอบคุณพระเจ้าที่ในที่สุดแล้วแม่ได้เพลิดเพลินกับการออกนอกบ้านบนรถเข็น   เราอยู่เที่ยวเล่นกันที่ปาลิโอเขาใหญ่จนฟ้ามืดจึงได้เดินทางกลับบ้าน 

ปีนี้ผมมีอาการปวดหัวไหล่และต้นคอ มีอาการเหมือนคนตกหมอน เหมือนคนที่เป็น office syndrome มีสาเหตุจาการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันทั้งวันโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ  เป็นอุปสรรคใหย๋ที่ทำให้ผมถือกล้องถ่ายรูปไม่ได้   ผมขอบคุณพระเจ้าที่ฤดูหนาวปีที่ผ่านมายาวนาน  เมื่อผมมาทำงานที่เพชรบูรณ์ ผมมีโอกาสได้ขึ้นเขาหลายครั้ง  ได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นยามค่ำคืนต่ำกว่า 10 องศา  ได้ยืนดูดวงตะวันผุดลอยขึ้นสู่ฟ้าบนภูเรือในเดือนมกราคม และได้ถือโอกาสเลาะเลียบแม่น้ำเหือง ชายแดนไทย-ลาวที่อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย  ผมขอบคุณพระเจ้าที่ผมได้เดินเท้าแบกเป้ด้วยตัวเองขึ้นภูกระดึงอีกครั้งหนึ่ง  ก่อนขึ้นภูกระดึงเดือนเศษ ข้อเท้าผมพลิกจากการวิ่งออกกำลังกายจนผมเดินได้ไม่ปกติ  แต่พระเจ้าทรงประทานกำลังแก่ผมในช่วงเวลา 4 วันที่อยู่บนภูกระดึง ในแต่ละวันผมเดินเท้าไม่น้อยกว่า 30 กม. ผมเห็นเด็กหนุ่มคราวลูกหลายคนบาดเจ็บจนเดินทางต่อไม่ได้ แต่ข้อเท้าและกล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อแขนของผมทำงานได้ตามปกติ  ผมสามารถถือกล้องถ่ายรูปหนักๆได้ ผมมีความสุขและดีใจที่มีโอกาสขึ้นไปบนภูกระดึงอีกครั้งหนึ่ง  ผมขอบคุณพระองค์ที่ผมปลอดภัยกลับลงมา     ดอกกระเจียวบนเขาพังเหย อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิบานในดือนกรกฎาคม  ผมมีโอกาสได้ขึ้นไปพักแรมบนเขาหนึ่งคืน  ขอบคุณพระเจ้าสำหรับอากาศที่เย็นสบาย  เมฆที่ลอยต่ำถึงดิน  ได้เดินป่าเพื่อดูดอกกระเจียวชนิดต่างๆถึง 5 ทุ่ง  ผ่านน้ำตกไทรทอง  ขอบคุณพระเจ้าที่ผมปลอดภัยดี ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้ว่าจะลื่นหกล้มถึง 3 ครั้งบนเขา ทำให้เลนซ์ตัวหนึ่งกระแทกพื้นบิดงอจนใช้งานไม่ได้  ผมขอบคุณพระเจ้าที่ผมยังมีเลนซ์อีกหนึ่งตัวที่สามารถใช้บันทึกภาพได้  และในการเดินทางกลับในคราวนั้น ผมได้มีโอกาสแวะเมืองศรีเทพเพื่อชมอุทยานประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง  ได้ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกดินบนเขาคลังนอกก่อนเดินทางกลับบ้านด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ

สิ่งที่ผมลืมไม่ได้คือการขอบคุณพระเจ้าที่ผมได้ไปย่างกุ้ง  เมื่อผมอิดออดที่จะไปทำงาน เจ้านายยื่นข้อเสนอให้ผมไปเที่ยว 2-3 วันอย่างรู้ใจ  ผมไม่ได้เป็นคนเกียจคร้านหรือเจ้าเล่ห์ แต่ความอิดออดมาจากนิสัยส่วนตัวที่ไม่ชอบการสนทนาภาษาต่างประเทศ  หากเลี่ยงได้ผมจะทำทันที  การเดินทางไปย่างกุ้งครั้งนี้ผมมีเวลาเตรียมตัวเพียง 3 สัปดาห์  เป็นสามสัปดาห์ที่เหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง  นอกจากงานประจำแล้ว ผมยังต้องเตรียมปาฐกถา  หาที่พักและวางแผนการเดินทาง   ขอบคุณพระเจ้าที่การเดินทางทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น  ขอบคุณพระเจ้าสำหรับไกด์ที่พระองค์จัดเตรียมให้ที่หงสาวดี ขอบคุณพระองค์สำหรับการเดินทางบนรถไฟที่ผมขึ้นรถไม่ผิดขบวน ขอบคุณพระองค์ที่ผมสื่อสารกับคนที่นั่นรู้เรื่อง  ขอบคุณพระองค์สำหรับการแลกเงินในตลาดมืด ขอบคุณพระองค์ที่สถิตย์อยู่ด้วยกับผมแม้ว่าเอ็นหลังเท้าผมจะอักเสบเฉียบพลันที่นั่น แต่ผมกลับไม่พลาดจุดท่องเที่ยวทุกแห่งที่ผมตั้งใจไว้  ขอบคุณพระเจ้าที่ผมได้พบกับธรรมชาติของฝนที่ตกตลอด 24 ชั่วโมงถึง 3 วัน แต่มันไม่ใช่อุปสรรคในการท่องเที่ยวของผมเลย รูปที่ผมถ่ายมายังคงสวยงามสมใจผมอยู่ดี  ขอบคุณพระเจ้าที่ผมเดินอยู่รอบเจดีย์ชเวดากองถึง 2 วัน กว่า 9 ชั่วโมง เพื่อพิศวงถึงศรัทธาและความขัดแย้งที่มีอยู่ในใจของผู้คนที่นั่น  ผมขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่มีรายจ่ายเกิดขึ้นจากการเดินทางในครั้งนี้ เจ้านายผมดูแลให้ทั้งหมด

คนเรามักจดจำเรื่องราวในวัยเด็กได้มากที่สุดและจะจดจำไปตลอดชีวิต ชีวิตในวัยเด็กเป็นอย่างไร ส่งอิทธิพลถึงพฤติกรรมต่างๆเมื่อเติบใหญ่   ผมขอบคุณพระเจ้าที่ผมมีวัยเด็กที่มีความสุขแม้ว่าผมจะกำพร้าพ่อ    ปีนี้เป็นปีที่ผมมีความสุขกับการได้พบปะเพื่อนในวัยเด็กและวัยรุ่น  การได้กลับมาพบและคบหากันอีกครั้งทำให้หัวใจชุ่มชื่น  เพื่อนหลายคนเติบใหญ่ในหน้าที่การงาน  หลายคนประสพความสำเร็จในชีวิตคู่และครอบครัว  หลายคนล้มเหลว   ขอบคุณพระเจ้าที่ผมเป็นหนึ่งในผู้ประสพความสำเร็จ ขอบคุณพระเจ้าที่ผมมีเพื่อนให้คิดถึง และถูกเพื่อนคิดถึง  ขอบคุณพระองค์เพราะความหมายของการมีชีวิตอยู่นอกจากพระองค์ นอกจากครอบครัวแล้ว เพื่อนเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงคุณค่าของการมีชีวิตร่วมกับคนอื่นๆในโลกนี้   ขอบคุณพระองค์สำหรับโอกาสต่างๆที่ได้พบปะกัน ที่ได้พูดคุยกันอยู่เนืองๆตั้งแต่เพื่อนชั้นมัธยมจนถึงเพื่อนที่มหาวิทยาลัย ทำให้ผมได้หัวเราะเต็มเสียงอยู่เสมอ  ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการเข้าสังคมออนไลน์ทำให้ผมได้พบกับเพื่อนเก่าๆที่ไม่ได้พบกันมานานถึง 40 ปีก็มี 

ชีวิตคนเรามีความสุขกับเรื่องต่างๆไม่กี่อย่าง  ผมขอบคุณพระเจ้าที่ผมมีความสุขกับหลายๆอย่างที่ผมสนใจ  และมีโอกาสที่จะไขว่คว้าความสุขเช่นนั้นมาได้  ปีนี้ผมทำเลนซ์ตกกระแทกไปหนึ่งตัว แต่พระเจ้าก็ให้ผมหาช่างซ่อมมันกลับมาเหมือนเดิมได้ และให้ผมมีเลนซ์ใช้เพิ่มอีก 2 ตัวคือ Nikkor 24-85mm. และ Tamron SP 17-50mm. VC   ผมได้ตัดสินใจขายกล้องที่ผมรักมากตัวหนึ่งคือ โอลิมปัส E-3 เพื่อแลกกับกล้องนิคอน D700     ผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับแว่นตาที่หมดอายุจนต้องเปลี่ยนใหม่ และขอบคุณพระองค์ที่เตือนให้ผมนึกถึงคนอื่นด้วย ผมไม่รอช้าที่จะช่วยคืนการมองเห็นให้กับคนที่ด้อยโอกาส  ตลาดของเก่าเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ผมชอบเดินเที่ยว  ขอบคุณพระเจ้าที่ผมพอจะเจียดเงินซื้อตัวเรือนนาฬิกาแขวนข้างฝาที่ช่างไม้ประดิษฐ์มือและทำสีอายุหลายสิบปี  ได้ขาจักรเย็บผ้าเหล็กหล่อลายใยแมงมุมของซิงเกอร์ที่หามานานมาทำเป็นขาโต๊ะ และเมื่อวานนี้ ผมนำชุดโต๊ะเก้าอี้ยาวกลับมาจากตลาดกรุงเทพฯ  เป็นไม้สักเก่าที่ช่างนำไม้บานประตูบานหน้าต่างมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เขาขัดและเขียนสีลายดอกลั่นทม   เพื่อนๆที่มานั่งคุยที่บ้านเพชรบูรณ์ประเมินราคาสูงกว่าที่ผมได้มาเกือบเท่าตัว  ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความสุขที่พระองค์หยิบยื่นให้

ผมขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์เป็นพระเจ้าที่พร้อมในยามยากลำบาก  พาหนะที่ผมขับอยู่ทุกวันนี้มีอายุเข้าสู่ปีที่ 17   สภาพเครื่องยนต์ต่างๆไม่แน่นเหมือนเดิม  ชิ้นส่วนช่วงล่างของรถหมดสภาพ  ขอบคุณพระเจ้าที่นำผมให้พบกับอู่เอกชนเล็กๆแห่งหนึ่งที่เขารับซ่อมเฉพาะรถมิตซูบิชิ   เขาทำการฟิตเครื่องให้ใหม่ ไสฝาสูบ บดวาล์ว ซ่อมปีกนก เปลี่ยนโช๊ค เปลี่ยนสปริงค้ำโช๊คแก้อาการท้ายห้อย ล้างเกียร์ซึ่งออกอาการอืดเมื่อเครื่องเย็น ตั้งเกียร์ใหม่ เขาคิดผมในราคาเพียงครึ่งหนึ่งของราคาที่ศูนย์บริการแจ้งราคาไว้  รถผมกลับมามีสภาพเครื่องยนต์และการขับเคลื่อนที่ดี  สามารถขับรถขึ้นเขาแถบแม่ฮ่องสอนได้แม้จะใช้เชื้อเพลิงแก๊สเหลว  รถในระดับเดียวกันของค่ายรถอื่นที่ออกมาในปีเดียวกันขึ้นเขาแทบไม่ได้  ผมไม่เคยเห็นรถเหล่านั้นบนเขาที่สูงชันที่ไหนมาหลายปีแล้ว   ผมขอบคุณพระเจ้าเมื่อผมเจอเรื่องระทึกใจอีกครั้งเมื่อตัวประจุไฟของรถเข้าแบตเตอรีเสียในเวลากลางคืนบนถนนวิภาวดีรังสิต เป็นถนนช่วงที่ไม่มีบ้านคนพักอาศัย  แต่พระเจ้าทรงให้คนๆหนึ่งมาจอดรถต่อท้ายผมเพียง 3-4 นาทีถัดมา  ชายคนแรกนี้นัดลูกสาวให้นำรถมาจอดที่นี่เพื่อกลับบ้านพร้อมเขา  รถของลูกสาวเขามีปัญหาเสียกลางทางต้องเข้าอู่เช่นกัน  ผมถามเขาว่าเขารู้จักอู่แถวนี้หรือไม่ เขาตอบผมว่ามีอู่แห่งหนึ่งไม่ไกลนัก  อีกสักพักมีชายคนที่สองเป็นเจ้าของอู่รถขับรถเข้ามารับรถคันที่เสีย (ไม่ใช่รถผม) และมีรถลากจูงตามเข้ามาลากรถไป  ชายคนแรกก่อนที่เขาจะจากไปได้โทรศัพท์ติดต่ออู่แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปราว 5-6 กม.ให้มาช่วยผมแล้วก็จากไป  สักพักชายคนที่สองที่เป็นเจ้าของอู่มาสอบถามผมว่ารถเป็นอะไร เมื่อทราบความเขาใช้สายพ่วงแบตเตอรีมาช่วยชาร์จแบตเตอรีให้ผม ทำให้ผมนำรถไปได้อีกระยะหนึ่ง       ผมขอบคุณพระเจ้าที่ในเวลาที่ผมต้องการความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือจากพระองค์มารอผมทันที ทั้งชายคนแรกที่ผมทราบในภายหลังว่าเขาเป็นตำรวจระดับผู้กำกับ  เขามีบารมีพอที่จะสั่งอู่รถแถบนั้นให้มารับซ่อมรถให้ผมในยามวิกาล พระเจ้ามอบชายคนที่สองที่เข้ามาชาร์จแบตเตอรีให้ผมเพื่อนำรถไปได้อีกระยะหนึ่ง  เมื่อไฟแบตเตอรีหมดลงกลางทาง อู่ที่ท่านผู้กำกับติดต่อไว้ขับรถออกมาพร้อมผู้ช่วยนำแบตเตอรีลูกใหม่มาเปลี่ยนและนำรถผมกลับไปที่อู่ซ่อม  ผมไปรับรถคืนในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น     เมื่อเครื่องปรับอากาศในรถมีปัญหารวนเรมาหลายเดือน  มีอาการที่แอร์ตัดเร็วมาก และไม่เย็นฉ่ำแม้ผมบิดสวิทซ์ปรับอุณหภูมิไปจนสุด  เมื่อผมนำรถไปหาช่างแอร์ เขาไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ผมได้  ผมสอบถามหาช่างที่เมืองเพชรบูรณ์  มีคนแนะนำช่างให้ เขาตรวจสอบทีละจุดก็ไม่พบปัญหาเช่นกัน   ท้ายสุดเขาถามผมว่าเติมน้ำมันคอมเพรซเซอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อใด  มันเป็นเวลามากกว่า 5 ปีเสียอีก  ผมนำรถกลับออกมาจากร้านพร้อมกับความเย็นฉ่ำเพียงบิดสวิทซ์แอร์เล็กน้อย และพร้อมกับรถที่ติดฟิล์มกันแดดชุดใหม่ในราคาที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ   ขอบคุณพระเจ้าที่ช่างแอร์แก้ปัญหาได้ถูกจุด ผมไม่ต้องกังวลใจเรื่องเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นอีกต่อไป

ผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับคริสตจักรของผม คริสตจักรใจผูกพันที่ผมไปร่วมนมัสการครบหนึ่งปีในเดือนกันยายน  ผมได้รับการหนุนจิตชูใจด้วยพระวจนะของพระเจ้า และเพื่อนที่นั่น  ขอบคุณพระองค์สำหรับภาระใจที่มีส่วนรับป๋าสุวิทย์กลับบ้านหลังการนมัสการ  ขอบคุณพระองค์ที่ให้พี่ของผมมีภาระใจเป็นสอนรวีวารศึกษา  ขอบคุณพระองค์ที่ผมสามารถร้องเพลงนมัสการจากหนังสือเพลงชีวิตคริสเตียนได้เต็มปากเต็มคำและสุดจิตสุดใจอย่างที่ไม่ได้พานพบมาในคริสตจักรเดิม 5 ปีเต็ม  ขอบคุณพระองค์สำหรับคริสตจักรเมืองเพชรบูรณ์ ที่ผมได้พึ่งพิงไม่เฉพาะในยามที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น แต่ได้มานมัสการทุกครั้งที่มาทำงานที่นี่    ผมมีเรื่องราวอีกมากมายในรอบปีที่ผ่านมาที่ไม่สามารถเอ่ยขอบคุณพระเจ้าได้หมดสิ้น  ผมไม่ได้ต้องการโอ้อวดในเรื่องต่างๆ  แต่ผมต้องการเล่าถึงพระคุณที่พระเจ้าประทานให้ ทั้งๆที่ผมไม่ดีพอที่จะได้รับพระคุณมากมายเหล่านั้น  ความสัตย์ซื่อของพระองค์เป็นคุณลักษณะเฉพาะของพระองค์ที่ไม่มีในพระอื่นใด  พระองค์สัญญาว่าผู้ที่พึ่งพาในพระองค์แต่ผู้เดียว ผู้ที่มอบความไว้วางใจทั้งหมดไว้กับพระองค์ ผู้ที่ติดตามและเชื่อฟังพระดำรัสของพระองค์ พระองค์จะอวยพรให้ไปดีมาดี เป็นหัวมิใช่เป็นหาง สูงขึ้นทางเดียวไมต่ำลง  พระองค์ทรงรักษาสัญญาของพระองค์เช่นนั้นเสมอ  ผมสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าและขอบพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ชื่อกับพระดำรัสของพระองค์

 

พ.ย.
12

ผมตั้งใจว่าจะเขียนสุภาษิตวันละบท โดยใช้พระธรรมสุภาษิตเป็นหลัก อาจไม่ได้เขียนทุกวัน แต่จะเขียนเรียงไปทีละบท พระธรรมสุภิตเขียนโดยกษัตริย์โซโลมอน เมื่อ พันปีมาแล้ว ท่านเขียนขึ้นโดยมีจุดประสงค์ที่จะสร้างปัญญา wisdom ฝ่ายจิตวิญญาณ คำสอนที่ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ แต่เพื่อความแตกฉานเมื่อได้นำไปพิจารณาอย่างแยบคาย และใช้ในการดำเนินชีวิต ปัญญาของพระคัมภีร์ต่างจากปัญญาของโลกที่เน้นเรื่องการสังเคราะห์ความรู้ การเข้าใจความเป็นไปของสิ่งต่างๆ ปัญญาในความหมายของคริสเตียนคือ ความฉลาดเลือกดำรงชีวิตในทางธรรม เราอาจรู้และเข้าใจธรรมและปรัชญาของโลกมากมาย แต่หากสิ่งต่างๆเหล่านั้นปฏิบัติไม่ได้ ไม่ได้นำมาใช้ในการดำรงชีวิตก็ไม่ถือว่ามีปัญญา คนเช่นนั้นเป็นคนโง่ที่น่าสงสาร รู้ไปหมดแต่เอาตัวรอดไม่ได้ โซโลมอนระบุไว้ชัดเจนถึงจุดมุ่งหมายของพระธรรมสุภาษิตคือ เพื่อพัฒนาจิตวิญญาณจนกว่าจะบรรลุการใช้ปัญญา ทั้งในแง่ของความถูกต้อง/ชอบธรรม right, ความยุติธรรม just และ ความเที่ยงตรง fair

พระธรรมระบุชัดเจนว่า จุดเริ่มต้นอยู่ที่การน้อมใจลงรับฟัง หากดื้อดึง ทะนงตนจะเรียนรู้เรื่องที่ลึกซึ้งอย่างไรได้ เรามักได้ยินคำพูดว่าน้ำเต็มแก้วย่อมรินเพิ่มอีกไม่ได้ (ข้อ 7) เรามักได้ยินว่าพ่อแม่เป็นคนเช่นไรให้ดูที่ลูก เพราะลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น การอบรมสั่งสอนที่ได้ผลดีที่สุดคือการทำให้ลูกดู (ข้อ 8) และพร่ำสอนในทางธรรม (สภษ 22.6) ประการที่สอง ให้สังเกตเพื่อนที่เราคบหา หากเขาเป็นคนมีพฤติกรรมตีชิงวิ่งราว (ข้อ 11) หาเลี้ยงชีพบนความทุกข์ยากของผู้อื่น สูบเลือดสูบเนื้อ (ข้อ 12-13) มุ่งทำลายคู่แข่งอย่างเห็นแก่ตัว หรือกินรวบแล้วมาแบ่งผลประโยชน์กัน (ข้อ 14) จงห่างจากคนประเภทนี้ไว้ เพราะในสุดแล้วเราจะมีพฤติกรรมเช่นคนเหล่านั้น ในที่สุดกรรมเช่นนั้นจะย้อนกลับมาสนองคนที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น (ข้อ 18-19) ทางของคนชั่วนั้นเรียบ ดูเหมือนจะเดินง่ายสดวกดาย

ในโลกทุกวันนี้มีคนไม่น้อยที่มือถือสากปากถือศีล มีไม่น้อยที่ประกอบศาสนกิจแต่เปลือก แต่ไม่ได้ใช้ธรรมะในการประกอบสัมมาอาชีพ พระคัมภีร์เตือนสติว่า คนที่ยึดแนวทางการดำเนินชีวิตแบบคนชั่วเป็นคนโง่ แม้ว่าเขาคิดจะทำบุญเพื่อไถ่บาปก็ไม่มีประโยชน์ เขาแสวงหาความสุขใจแต่ไม่พบ เขาหาพรและความรุ่งเรือง แต่กลับไม่ได้รับ แต่จะได้ตามการกระทำของตัวเอง (ข้อ 31-32) ซึ่งในที่สุดแล้ว ปลายทางของพวกเขาคือหายนะ (ข้อ 26)

บรรดาผู้ที่ดีรอบคอบในทางของเขาก็เป็นสุข คือผู้ที่ดำเนินตามบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าผู้ที่รักษาบรรดาพระโอวาทของพระองค์ก็เป็นสุข คือผู้ที่แสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ (สดด 119.1-2)

ต.ค.
27

วันนี้ผมลองเปิดหาเพลงในยูทูบตั้งใจจะหาเพลงที่เกี่ยวกับน้ำ  ผมไม่คาดฝันว่าจะได้พบเพลงที่เกี่ยวกับน้ำมันแทน  “Give me oil in my lamp”   เมื่อสี่สิบสองปีที่แล้ว เด็กผู้ชายคนหนึ่งฟังและหัดร้องเพลงนี้ร่วมกับอนุชนรุ่นพี่ในศาลาธรรมตลาดพลู   เพลงนี้อยู่ในหนังสือเพลงอะไรเขาไม่อาจทราบ  เป็นรวมเพลงอนุชนทั้งภาษาไทยและอังกฤษ  ที่เขาไม่ทราบเพราะหนังสือเพลงทุกเล่มไม่มีปกนั่นเอง  เป็นเพลงที่ร้องกันในชั้นรวีวารศึกษาและอนุชน  ในคืนวันศุกร์นิยมใช้เพลงนี้เป็นเพลงสั้นก่อนการนมัสการที่ได้รบความนิยมสูงสุดเพลงหนึ่ง 

เนื้อหาของเพลงตอบสนองต่อคำอุปมาเรื่องหญิงพรหมจารีสิบคน  หญิงที่ฉลาดห้าคนเติมน้ำมันตะเกียงจนเต็มและยังมีน้ำมันสำรองติดตัวไว้อีกจำนวนหนึ่งในขณะที่หญิงโง่อีกห้านางไม่ตระเตรียมอะไรเลย  นางใช้ชีวิตกินอยู่ไม่ต่างจากชาวโลกทั่วไป คำอุปมาของพระเยซูบทนี้เตือนสติให้ดำเนินด้วยความรอบคอบและพรักพร้อมเสมอในวันที่พระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง   (มธ 25.1-3) 

พระเยซูใช้ตะเกียงเป็นคำอุปมาอีกเช่นกันว่า ตะเกียงที่ส่องสว่างไม่มีใครเอาถังครอบไว้  พระพรและการดำเนินชีวิตตามพระคำของพระเจ้าเป็นชีวิตที่เกิดผล  มีความสว่างไสว ทุกคนรับรู้ และพระเจ้าทรงได้รับเกียรติ  (มธ 6.15-16)   จิตวิญญาณก็ไม่ต่างจากตะเกียง  จิตวิญญาณที่แจ่มกระจ่างย่อมนำพาร่างกายให้ดำเนินไปในเส้นทางชีวิตที่กระจ่างด้วย (ลก 11.34) 

พระธรรมสุภาษิตเปรียบพระวจนะของพระเจ้าเป็นเสมือนตะเกียงส่อง ทุกย่างก้าวจึงไม่พลาด และมองเห็นหนทางเบื้องหน้า  สามารถดำเนินชีวิตในหนทางที่ถูกต้อง  (สภษ 119.105)   

เหนืออื่นใด เป็นพระคุณของพระเจ้าที่ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ พระเยซูไม่เคยดับความหวังของใคร  ตะเกียงที่ไส้ของมันกำลังจะไหม้หมดไป  แสงมันริบหรี่เต็มที แต่พระองค์จะไม่ดับมันเหมือนที่ผู้อื่นทำ พระองค์เป็นผู้ประทานความหวังและความรอดของโลกนี้  และพระองค์จะพิพากษาอย่างยุติธรรม (อสย 42.3)

ต.ค.
25

ผมร่วมนมัสการกับคริสตจักรเมืองเพชรบูรณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้รับพระพรหลายประการผ่านคำพยานและคำเทศนา คำพยานหนึ่งคือการหนุนใจให้อ่านพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอแม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด ไม่ต่างจากการนำตระกร้าไปตักน้ำ แม้จะไม่ได้น้ำมาแต่การจุ่มตระกร้าเพื่อตักน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าในที่สุดตระกร้าใบนั้นจะสะอาด เรื่องทางจิตวิญญาณก็เช่นกัน แม้เราจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ส่วนที่เราเข้าใจและยอมเปลี่ยนแปลงชีวิตย่อมทำให้จิตวิญญาณขชองเราสะอาดขึ้น ไม่คาดคิดว่าผมจะได้ยินคำพยานนี้อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ยินครั้งแรกเมื่อสามสิบปีที่แล้ว

คำเทศนาของอาจารย์โจในวันนี้ปรากฏอยู่ในพระธรรมฮาบากุก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บาบิโลนกำลังแผ่อำนาจเข้ามาเพื่อยึดครองอิสราเอล ไม่ต่างจากประเทศของเราในเวลานี้ที่กำลังเผชิญกับภัยพิบัติ พระวจนะของพระเจ้าเรียกร้องให้เรากลับใจใหม่ เปลี่ยนแปลงชีวิตของเราเสียใหม่ อิสราเอลในยุคนั้นทอดทิ้งพระเจ้า ดำเนินชีวิตในบาปชั่ว พระเจ้าทรงอนุญาตให้บาบิโลนเข้ามายึดครองและอิสราเอลตกเป็นเชลยได้รับบทเรียน แม้ว่าอิสราเอลจะสูญเสียอิสรภาพและทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มี แต่ศาสดาพยากรณ์ฮาบากุกยืนยันที่จะไม่ยอมละทิ้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและหันไปหาพระอื่น ถ้อยคำปฏิญาณของท่านคือ “แม้ต้นมะเดื่อจะไม่ผลิดอก และเถาองุ่นไม่มีผล แม้ต้นมะกอกไม่ให้ผล และท้องทุ่งไม่ให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร แม้ไม่มีแกะในคอกและไม่มีวัวในโรงนา กระนั้นข้าพเจ้าจะชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าเบิกบานใจในพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า พระองค์เจ้าชีวิตทรงเป็นกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ทรงทำให้เท้าของข้าพเจ้าเหมือนเท้ากวาง พระองค์ทรงช่วยให้ข้าพเจ้าขึ้นไปบนที่สูง ฮาบากุกเชื่อว่าโอกาสและสิ่งที่อิสราเอลมีทั้งหมดเป็นสิ่งที่พระผู้แป็นเจ้าทรงประทาน การทดลองที่เกิดขึ้นเป็นเพียงบททดสอบความเชื่อ ความยินดีเปรมปรีดิ์ในพระองค์เป็นกำลังที่จะช่วยให้เราเผชิญปัญหาต่างๆอย่างมีสติ และมีกำลังใจสำหรับก้าวต่อๆไปข้างหน้า หากเรายอมตัดสิ่งที่ถ่วงออกไป (ฮบก 3.19) ตัดความบาปจากชีวิต พระเจ้าจะยกเราขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง (ฮบก 3.19) เพราะพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด (ฮบก 3.18)

สิ่งหนึ่งที่อิสราเอลละเลยคือส่วนของพระองค์ อิสราเอลคอรับชั่นส่วนที่เป็นของพระองค์ พระเจ้าเรียกร้องส่วนของพระองค์คือหนึ่งในสิบของผลผลิต แต่อิสราเอลไม่ใส่ใจ พระองค์ให้รักษาวันบริสุทธิ์แต่อิสราเอลละเลย ผมเห็นอาจารย์โจถือถุงแอ๊บเปิลขึ้นธรรมาสน์ตั้งแต่แรก นึกสงสัยว่าเป็นส่วนของการเทศนาในวันนี้หรือเป็นของฝากที่กลัวหาย ถ้าเราได้แอ๊บเปิลมาถุงหนึ่ง อาจารย์ล้วงแอ๊บเปิลออกมา เราอาจเก็บไว้เป็นของตนเอง 3 ลูก อีก 3 ลูกสำหรับคนในครอบครัว อีก 3 ลูกสำหรับเพื่อนที่มีความขัดสน เราละเลยที่จะถวายคืนหนึ่งลูกกับพระผู้ประทานให้หรือไม่ ผมเห็นอาจารย์ล้วงเข้าไปในอกเสื้อนำลูกที่เหลือออกมา มันเป็นแอ๊บเปิลลูกที่แทะจนเหลือแต่แกน อิสราเอลก็เป็นเช่นนั้นแหละ พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อเป็นนิตย์ไม่เปลี่ยนแปร จงสัตย์ซื่อในส่วนของเรา ผมเชื่อว่าความมั่นคงในชีวิตของผมตลอดเวลาที่ผ่านมาล้วนมาจากผมไม่ละเลยในส่วนของพระองค์และรักษาวันบริสุทธิ์ของพระองค์ ขอพระองค์ช่วยให้ผมยืนหยัดรักษาสองสิ่งนี้ไว้อย่าให้ขาด

Thanks:

การเดินทางมาเพชรบูรณ์ การจัดเตรียมของพระเจ้าสำหรับบ้านหนึ่งหลังสองห้องนอน

Basket:

1) เตรียมรับน้ำท่วม เก็บของชั้นล่างหนีน้ำ ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่และออโตเปียโนขึ้น 50 ซม.

2)ยกเว้นตู้เย็น ก่ออิฐกั้นหน้าประตู

3) ย้ายเปียโนหลังใหม่มาเพชรบูรณ์ด้วยความปลอดภัย

4) ออกจากกรุงเทพฯ 20 ต.ค.

5) แม่หกล้ม 24 ต.ค. 1600 น.

ต.ค.
14

ความวิตกกังวลของชาวกรุงเทพฯในวันนี้คือ น้ำจะท่วมบ้านหรือไม่ บ้างก็ไม่เชื่อว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ บ้างก็เชื่อ ผมอยู่ในคนจำพวกที่เชื่อว่าน้ำในกรุงเทพฯปีนี้จะสูง ผมสั่งต่อม้านั่งนำมาหนุนยกสิ่งของในบ้าน ของสะสมต่างๆโดยเฉพาะหนังสือจากต่างประเทศถูกลำเลียงขึ้นชั้นบนใส่ชั้นและตู้ต่างๆจนเต็ม ผมสั่งอิฐบล็อคมาจำนวนหนึ่งและปูนฉาบสำเร็จรูปมาเก็บไว้ วันที่ผมไปสั่งวัสดุก่อสร้าง ร้านวัสดุบอกผมว่าทรายที่เขาตักลงถุงมีคนจองหมดแล้ว เขาแนะนำให้ไปเอาอิฐบล็อคจากร้านอีกแห่งในซอยนาคนิวาส ในที่สุดบ้านชั้นล่างเหลือแต่ของหนักที่ยกเองไม่ได้รอคนมาช่วยยก ผมได้นอนเพียงวันละ 4-5 ชั่วโมงในสัปดาห์นั้น เหนื่อยแต่นอนหลับไม่เต็มตา

ผมมีเจ้านายสองคนพี่น้อง คนหนึ่งเฉยๆแต่เจ้านายน้อยค่อนข้างเครียดกับกีต้าร์ 18 ตัวในบ้าน มูลค่าเกือบล้านบาท ผมแนะนำให้เขาย้ายมันออกมาจากบ้านมาเก็บไว้ที่คอนโดฯชั้นที่ 13 ที่เขาเก็บอยู่นี้แม้นว่าเป็นชั้นสองแต่บ้านที่ชื้นน้ำนานๆจะมีเชื้อรารุกราน เขาถามผมว่าผมทำอย่างไรกับเปียโนที่บ้าน ผมบอกว่ายกสูง 50 ซม. แวบหนึ่งของความคิดคือทำไมไม่ย้ายไปไว้ที่โรงงานเพชรบูรณ์ซึ่งอยู่ในทำเลน้ำท่วมไม่ถึง ผมถามเขาว่าหรือจะยกไปเพชรบูรณ์ดี ค่าเคลื่อนย้ายหนึ่งหมื่นบาทต่อเที่ยวก็ยังคุ้มกับมูลค่าหลายแสนบาท เขาพยักหน้าเห็นด้วย หลังจากเลิกประชุมผมเรียนท่านประธานบริษัทฯว่าผมจะขออนุญาตฝากเปียโนไว้ที่คลังสินค้าของโรงงาน ท่านถามผมว่าจะนำไปอย่างไร จึงได้เรียนว่าผู้จัดการโรงงานจะจ้างรถลงมารับของคืนนี้ ท่านบอกผมว่าเราก็เหมือนญาติกันให้รถขนสินค้าของโรงงานลงมารับของ ไม่ต้องเสียค่าจ้างรถ ผมรู้สึกโล่งใจหายเครียดไปอีกเปลาะหนึ่ง

เย็นวันนั้น ลูกน้องที่ทำงานผมมาช่วยยกเครื่องซักผ้า เตาอบ และเปียโนออโต้อายุร้อยปีขึ้นบนม้านั่ง ในบ้านผมเหลือเปียโนหลังเดียวที่รอเคลื่อนย้าย คืนนั้นผมจัดการถอดฝาต่างๆออกเพื่อให้เบาขึ้นและเคลื่อนย้ายได้ง่าย ใช้แผ่นโฟมอ่อนและบับเบิลห่อหุ้มกันกระแทก เปียโนขนาด 131 ซม.หลังหนึ่งหนักประมาณ 250 กก. ต้องใช้ผู้ชายไม่น้อยกว่า 6 คนจึงจะยกขึ้นสูงพ้นจากพื้นได้ ระหว่างที่ทำงานใจผมนึกประหวั่นว่าถ้ายกไม่พ้นแล้วหลุดมือลงมาจะทำอย่างไร ในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างนี้ไม่เหลือทางเลือกให้ผมใช้บริการเคลื่อนย้ายของผู้ชำนาญการได้ ในเมื่อพระเจ้าทรงจุดประกาย ให้รถขนย้าย ผมยังปริวิตกกระไรอีก เช้าวันรุ่งขึ้นรีบตื่นแต่เช้าเพื่อโทรศัพท์ไปแผนกคลังสินค้าขอคนมาช่วยเคลื่อนย้ายและติดต่อเพื่อนร่วมงานมาได้ 5 คน เพียง 20 นาที เปียโนตัวใหญ่ก็ขึ้นไปอยู่บนพาเลทในรถ ท้ายรถสูงจากพื้นราว 80 ซม. เราต้องยกขึ้นทดบนม้านั่งเตี้ยเป็น 2 ครั้ง และในครั้งที่สามขึ้นไปบนพาเลทในรถ เปียโนไปถึงคลังสินค้าของโรงงานอย่างปลอดภัย หากจะนำมันกลับมาผมจะใช้บริการเคลื่อนย้ายเปียโนโดยเฉพาะแต่ผมไม่คิดจะยกมันกลับมากรุงเทพอีก

Tip: ผมนึกถึงพระคัมภีร์ว่า อย่าส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก ที่อาจเป็นสนิมและที่แมลงกินเสียได้ และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้ เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็อยู่ที่นั่น (มธ 6.20, 21) ผมไม่เคยคิดเลยว่าข้อพระคัมภีร์นี้จะเกิดขึ้นกับตนเอง เปียโนเป็นของรักและสมบัติราคาแพงจนผมไม่อาจละความกังวลไปจากมันได้ ก่อนหน้านี้ผมมักคิดเสมอว่า ตัวเองคงไม่หลงระเริงกับสิ่งที่มี แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผมได้คิดว่าผมก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป พระเจ้ากำลังเตือนสติว่า อย่าให้ทรัพย์สมบัติ วัตถุสิ่งของ และเหตุการณ์ต่างๆรอบตัวบดบังความยิ่งใหญ่ของพระองค์ จงนิ่งเสียและรู้เถอะว่า เราคือพระเจ้า เราเป็นที่ยกย่องท่ามกลางประชาชาติ เราเป็นที่ยกย่องในแผ่นดินโลก (สดด 46.11)

วันนี้ของผมเปลี่ยนไป ความหวาดวิตกหมดสิ้นไป ผมรู้สึกได้ว่าผมพร้อมที่จะละทิ้งบ้านและสิ่งของที่อยู่ในบ้านหากมีอะไรเกิดขึ้น ผมเลิกกังวลว่าจะเอาอะไรกิน ชีวิตสำคัญที่สุด สำคัญกว่าอาหาร ร่างกายสำคัญกว่าอาภรณ์ห่อหุ้มตัวเรา สิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้ พรุ่งนี้จะหมดไป การส่ำสมแผ่นดินสวรรค์ และความชอบธรรมของพระองค์เป็นสมบัติที่ติดตัวเราตลอดไป

ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากเจ้านายว่า ท่านมีห้องบนคอนโดว่างอยู่อีกหนึ่งยูนิต (หนึ่งยูนิต 2 ห้องนอน) ผมสามารถอพยพมาอยู่ด้วยกันได้ ถ้าผมจะอพยพไปที่โรงงานเพชรบูรณ์จะยกเรือนใหญ่ให้ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก (สดด 46.1)

Thank: ขอบคุณพระองค์สำหรับเจ้านาย, มีรถ มีแรงงาน และการเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่มีรอยบุบสลาย

Basket:

1) มีตแอนด์กรี๊ดกับเพื่อนไมโคร เกษตร 2 ตุลาคม

2) คิดแผนจะไปเชียงตุง

3) ยีนส์อีกแล้ว

ก.ย.
16

แม่สั่งให้ผมซื้อนาฬิกาให้พี่สาวผมเรือนหนึ่งในวันเกิดปีนี้ ผมไม่มีอารณ์ร่วมในการไปเลือกหาซื้อนาฬิกาให้สักเท่าใด ความคิดผมยังจมอยู่ในประสพการณ์เก่าที่มอบนาฬิกาให้กับพี่สาวของผมในวันเกิดเมื่อสามปีที่แล้ว ใช้เพียงไม่นานมันก็ไม่เดิน ผมเพิ่งทราบจากแม่ว่าเขาทำหล่น บัตรรับประกันไม่ทราบว่าไปวางที่ไหน ไม่มีการนำไปซ่อม นาฬิกาเรือนนั้นเก็บแบบไม่ใส่ใจอีกต่อไปเช่นเดียวกับของอื่นๆที่ได้มาฟรีๆอย่างง่ายดาย ถ้าผมได้ของมาชิ้นหนึ่ง ผมจะใช้ของชิ้นนั้น ผมมีความสุขกับการได้ใช้มัน ยิ่งเป็นของที่มีราคาผมยิ่งใช้มัน ใช้อย่างทนุถนอม ใช้จนกว่ามันจะเสีย และหากการเสียนั้นซ่อมได้ ผมไม่รอช้าที่จะนำมันไปซ่อม ผมจะใช้จนกว่ามันหมดสภาพและเก็บมันไว้เพื่อเตือนความจำในหลายสิ่งที่เกิดขึ้น ผมใช้รถคันแรกและคันเดียวมาตลอด 16 ปี ของบางอย่างผมอาจมีมากกว่า 1 ชิ้น เช่นนาฬิกา กล้องถ่ายรูปและเลนซ์แบบต่างๆ รองเท้า ผมจะซ่อมทันทีที่มันมีปัญหา และหยิบมาใช้อย่างสม่ำเสมอ เพราะผมเห็นคุณค่าของสิ่งของที่ผมใช้ ของแต่ละชิ้นผมเพียรใช้เวลาในการเก็บเงินกว่าจะได้มา เหนือสิ่งอื่นใดถ้าเป็นของที่มีคนให้มา มันมีคุณค่าทางใจเพิ่มขึ้นมาอีก

ที่ทำงานผมมีรถให้พนักงานใช้ บางคันเป็นรถส่งของ สภาพของรถแต่ละคันมันยับเยิน ภายในสกปรกเต็มไปด้วยขยะ บ้างก็เบาะขาด ชิ้นส่วนหัก รถไม่ได้ล้าง เพราะทุกคนเห็นว่ามันไม่ใช่ของตัวเอง พนักงานขับรถหลายคนมีรถของตนเอง รถแต่ละคันนั้นแต่งเครื่องกันมาเต็มที่ ทุกคันขัดล้างจนมันปลาบ ผิดกับรถของบริษัทฯที่ไม่เคยบำรุงรักษา รถบางคันปล่อยจนยางเสื่อมสภาพ คลัชหมด ฯลฯ มีรถบางคันชนอย่างหนักตั้งแต่วันออกรถ เมื่อเร็วๆนี้มีจดหมายแจ้งเตือนการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถ ภายในเวลา 13 เดือน เขาขับรถชนทั้งหมด 6 ครั้ง ห้าครั้งแรกเป็นมูลค่าเคลมทั้งสิ้นสองแสนบาทเศษ จนบริษัทประกันมีต่อกรมธรรม์ในปีถัดมา เพราะอะไรหรือ มีคำตอบเดียวคือมันไม่ใช่ของๆเรา, เราไม่ได้ซื้อมันมา, มันไม่มีความสัมพันธ์ทางใจใดๆกับเราทั้งสิ้น มันเป็นของฟรี

เคยมีคนขอยืมกล้องถ่ายรูปผมไปใช้งาน ผมได้แนะนำวิธีการใช้เบื้องต้นและสิ่งที่ต้องระวัง ภายในเวลาชั่วโมงเศษ กล้องคืนกลับมาในสภาพตัวกระบอกเลนซ์และฟิลเตอร์ด้านหน้าเป็นมันย่อง รวมทั้งกริปจับบนตัวกล้อง ผมถามว่าไปกินอะไรมา คำตอบคือไก่ย่าง เมื่อนำมาทำความสะอาดที่บ้านผมพบรอยบิ่นที่ขอบฟิลเตอร์เพิ่มขึ้นอีกหน้าเลนซ์ มีคนไม่น้อยที่ไม่เห็นคุณค่าอะไรเลยในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ลงทุน สองปีก่อนมีคนโทรศัพท์มาขอยืมเลนซ์ผม เขาสัญญาว่าจะระมัดระวังดูแลอย่างดี เมื่อซักถามดูเห็นว่าเขาซื้อตัวกล้องมือสองมาด้วยเงินเก็บเท่าที่มี แต่ยังไม่มีทุนซื้อเลนซ์ ผมมอบเลนซ์ให้หนึ่งตัว เป็นการให้ขาด ผมจะได้ไม่ต้องช้ำใจหากให้ยืมและมันกลับมาในสภาพบอบช้ำ และหากเขาจะใช้มันต่อทุนเปลี่ยนเป็นเลนซ์ตัวที่ดีกว่านี้ในอนาคตผมก็ยินดี คนที่ลงทุนขวนขวายเพื่อความฝันและความต้องการของตนเองอย่างนี้ผมอยากสนับสนุน อย่างน้อยเขาก็แสดงให้ผมเห็นว่าเขาเห็นคุณค่าของการยอมเสียบางสิ่งเพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง

Tip:

พระคัมภีร์มัทธิว 7.5 สอนว่า อย่าให้มุกดาแก่สุกร เพราะมันจะเหยียบย่ำ อย่าให้อะไรกับคนที่ไม่เห็นคุณค่า นอกจากเขาจะไม่เห็นคุณค่าของสิ่งของนั้นแล้ว เขายังไม่เห็นคุณค่าของการให้ด้วยเช่นกัน ในทำนองเดียวกันพระเยซูสอนสาวกว่า เมื่อออกไปประกาศเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า จงให้พรแก่ผู้ที่ต้อนรับ แต่ถ้าเขาเหล่านั้นไม่สนใจ ไม่ต้อนรับเราแล้ว อย่าเสียเวลาอีกต่อไปเพราะได้ทำหน้าที่พันธกรของข่าวประเสริฐแล้ว ให้ไปหาคนที่ยินดีต้อนรับจะดีกว่า (มธ 10.11-14) เพราะยังมีคนที่กำลังจะรอดรอข่าวประเสริฐอีกเป็นจำนวนมาก พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่าอย่าให้ แต่ต้องเลือกให้อย่างเหมาะกับความต้องการและความจำเป็นของแต่ละคน

ยอห์น 3.16 พูดถึงการให้ว่า พระเจ้าทรงให้ของขวัญแก่มนุษย์ทุกคนพระบุตรองค์เดียวของพระองค์คือ ผู้ที่วางใจในพระบุตรของพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร์ เราในฐานะของผู้รับจะไม่เข้าใจคุณค่าของการให้จนกว่าเราจะเข้าใจความรักของพระองค์ว่าลึกล้ำเพียงใด คือยอมสละส่วนที่ดีสุดของตนเพื่อคนเลวๆ(คนบาป) จะได้รับความรอด เราจะไม่เข้าใจความรักเช่นนั้นได้จนกว่าเราจะได้เข้าส่วนในความตายของพระคริสต์ และเข้าส่วนในการฟื้นคืนพระชนม์ด้วยเช่นกัน พระเจ้าทรงเรียกร้องให้เราวางใจพระองค์ด้วยการเชื่อฟัง พระองค์ต้องการให้เราฟังทุกคำของพระองค์เช่นเดียวกับพระเยซู (ฟป 2.8) การเข้าส่วนในความตายของพระเยซูคือ การตรึงบาปในตัวเก่าของเราให้ตายไปกับการตายของพระเยซู (รม 6.6) เป็นการตายเพื่อจะมีชีวิตใหม่ ผู้ที่จะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าได้จะต้องเป็นคนที่บังเกิดใหม่เท่านั้น คนที่บังเกิดใหม่มีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม กลายเป็นชีวิตใหม่ เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่ นิสัยและพฤติกรรมของเราเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้นทุกวันเป็นผลของพระวิญญาณ (2 คธ 5.17) ถ้าเช่นนั้นการเข้าส่วนในการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคืออะไร พระเยซูมาเพื่อประกาศความรอด เพื่อรักษาจิตใจที่ฟกช้ำ คนที่จิตใจถูกจองจำ, ช่วยให้คนหมดหวังสมหวัง และประกาศความหวังในโลกหน้าที่กำลังมาถึง (อสย 61.1) การมีส่วนร่วมในการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์จึงเป็นการรับพระมหาบัญชาของพระองค์ประกาศพระนามและร่วมประกาศชัยชนะของพระองค์เหนือความตายนั่นเอง (1 คธ 15.42, 54, 1 ยน 5.5)

ดูเหมือนผมจะเรียนรู้หลายสิ่ง แต่ผมยังไม่ได้รักษาความสุขของการให้ให้อยู่กับตัวผมนานเท่านาน ถ้าผมได้เจือความรักลงไปในการให้ผมคงไม่ต้องรู้สึกหงุดหงิดมากเท่านี้ คุณค่าของการให้ไม่ได้อยู่ที่แค่ให้แต่อยู่ที่ความรักที่เจืออยู่ในการกระทำนั้น เพราะความรักคือการกระทำคุณให้

Basket:

1) อ่าน “ราชบัลลังก์พม่า วาระสุดท้ายแห่งระบบกษัตริย์, Shwedagon golden pagoda of Myanmar, โบราณคดีประชาชน บทบาทการวิจัยต่อท้องถิ่นภาคเหนือ” จบ

2) เปลี่ยนยางคู่หน้า

3) รับแทมรอน 24-135 กลับบ้าน พาไปเมืองเก่าลพบุรี, เขื่อนป่าสักฯ, มวกเหล็ก มันดีเหมือนเดิม

4) 26 ส.ค. nuan83 reunion

ส.ค.
22

ผมเห็นในข่าวทีวีจากอเมริกา วัยรุ่นอเมริกันใช้สังคมออนไลน์นัดหมายกันเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตพร้อมกันทีละหลายสิบคนหยิบข้าวของที่ตนเองต้องการและกลับออกมาอย่างรวดเร็วโดยที่พนักงานในร้านไม่สามารถทำอะไรได้ ภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้เห็นได้ชัดว่าเป็นวัยรุ่นผิวดำเกือบทั้งหมด เขาเรียกปรากฏการณ์อย่างนี้ว่า flashmop เป็นการปล้นกันอย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวกฏหมาย เมืองไทยเราก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน แก๊งค์เด็กแว๊นย่านสมุทรปราการนัดกันปิดถนนซิ่งมอเตอร์ไซค์กันผ่านทางหน้าเฟสบุ๊ค สังคมออนไลน์เป็นเหมือนดาบสองคม นำความรู้, เปิดวิทยาการใหม่และเผยโลกกว้าง ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือมอมเมาและปลุกระดม เมื่อหลายปีก่อนเรามีม๊อบมือถือซึ่งอยู่ในมือคนเฉพาะกลุ่ม แต่ในปัจจุบันทั้งโทรศัพท์และอินเตอร์เนตเข้าไปถึงคนทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีวิจารณญาณแล้ว และกลุ่มเด็กด้อยประสพการณ์ ขาดความยั้งคิด

ข่าวเข้ามาหาเราตลอดเวลา มีทั้งลับ, ลวง, พราง แม้แต่ในคริสตจักรก็มีข่าวลือสะพัดถึงวันสิ้นโลก วันที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา มีคริสเตียนไม่น้อยที่หลงเชื่อ ปัญญาเท่านั้นที่จะช่วยเราจำแนกว่าอะไรคือจริงและอะไรเป็นเท็จ พระคัมภีร์พูดถึงปัญญาไว้อย่างน่าคิดหลายแง่มุม โยบ 28.28 พูดถึงปัญญาว่า ความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า นั่นแหละคือพระปัญญา และที่จะหันจากความชั่ว คือความเข้าใจ เช่นเดียวกับที่พบใน สดด 111.10 และ สภษ 1.7 จุดเริ่มต้นคือตัวเราเอง เมื่อความเย่อหยิ่งมา มันมากับทิฐิบดบังความคิดทุกสิ่ง ปัญญาอยู่กับคนใจถ่อม (สภษ 11.2) เพราะแก้วที่มีน้ำเต็มอยู่แล้วจะเติมอะไรได้อีก ปัญญาปกป้องจากคนชั่วที่หลอกลวง (สภษ 2.12) หากหลุดจากทางสายปัญญาไปแล้ว มีเส้นทางเดียวที่จะเดินต่อไปได้คือความตาย (สภษ 21.16, 16.25) ทางของคนมีปัญญาเดินไปด้วยความหวัง ไม่ต้องพะวงว่าเส้นทางข้างหน้าจะถูกตัดขาด (สภษ 24.14) และเขาจะรับรางวัลชีวิตนิรันดร์ในบั้นปลาย (สภษ 9.12, 8.35) ทางของคนไร้ปัญญาเต็มไปด้วยขวากหนาม และนำไปสู่ความตายในเบื้องปลาย คือตายในบึงไฟนรก   สภษ 10.23 เตือนสติเราว่า คนโง่กระทำความผิดเหมือนการเล่นสนุก แต่คนที่มีความเข้าใจกอปรด้วยปัญญา

ปัญญาเป็นของประทานจากเบื้องบน เป็นการทำงานของพระวิญญาณ พระเจ้าประทานให้ เป็นสิทธิพิเศษสำหรับคนที่กลับใจเท่านั้น (อสย 11.2) และพระเจ้าประทานให้เมื่อเราทูลขอ (ยก 1.5) ปัญญาของพระเจ้าไม่ใช่ปัญญาของโลกนี้ (1 คธ 1.30) เพราะปัญญาของโลกนี้ไม่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์คอยกำกับ แต่เป็นปัญญาที่ได้มาจากการล่อลวงของมาร เต็มไปด้วยความคดโกง ทรยศ เห็นแก่ตัว (ยก 3.15) ปัญญาที่มาจากพระเจ้าเจือด้วยความบริสุทธิ์, รักในสันติ, มีการใคร่ครวญ, มีการปวารณาตนเอง, มีความเมตตา, เกิดผลอันดี, ไม่ลำเอียง และมีความจริงใจ (ยก 3.17) ปัญญาบังเกิดไม่ได้หากไม่ได้กลืนกินพระวจนะของพระเจ้า คือทำให้คำสั่งในพระคัมภีร์เกิดเป็นจริงในการดำเนินชีวิตทุกวัน (คส 3.16) ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ปฏิเสธพระคำของพระเจ้าก็ไร้ปัญญา (ยรม 8.9)

พี่น้องทั้งหลาย จงพิจารณาดูว่า พวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมานั้นเป็นคนพวกไหน มีน้อยคนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา มีน้อยคนที่มีอำนาจ มีน้อยคนที่มีตระกูลสูง แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าโง่เขลา เพื่อจะทำให้คนมีปัญญา(ของโลก)อับอาย และพระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าอ่อนแอ เพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าต่ำต้อย และสิ่งที่ถูกดูหมิ่น ทั้งทรงเลือกสิ่งเหล่านั้นซึ่งยังมิได้เกิดเป็นตัวจริงด้วย เพื่อจะได้ทำลายสิ่งซึ่งเป็นตัวจริงอยู่แล้ว เพื่อมิให้เนื้อหนังใดๆอวดต่อพระพักตร์พระองค์ได้ โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญา ความชอบธรรม การแยกตั้งไว้ และการไถ่โทษ สำหรับเราทั้งหลาย เพื่อให้เป็นไปตามที่เขียนว่า `ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า’ ( 1 คธ 1.26-30)

Basket:

อ่าน ‘ประวัติคริสตศาสนา’ จบรอบที่สอง หากไม่มีความเชื่อคงสะดุดไปแล้ว

DVD Philips

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.